12152017Fri
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

โอไอซีชมไทยแก้ไฟใต้ แนะใช้เจรจา – นายกฯเบรค "มารา ปาตานี" /ยิงดับ"พ.ต.ท." ยะรังป่วนวันเดียว 2 เหตุ ผบ.ทบ.สั่งขยายพื้นที่ พ.ร.บ.มั่นคง /อดีตรองผอ.ข่าวกรองฯตำหนิมาเลย์จัดการงานนอกสั่ง

โอไอซีชมไทยแก้ไฟใต้ แนะใช้เจรจา – นายกฯเบรค "มารา ปาตานี" เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 13 มกราคม 2559 เวลา 07:02 น.

เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.59 ชื่นชมไทยจริงใจแก้ปัญหาภาคใต้ แนะใช้วิธีการเจรจาและกลไกทางการเมือง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธรับทุกข้อเสนอของ มารา ปาตานี

นายอิยาด อามีน มาดานี เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.2559 ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน

ภายหลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญของการหารือว่า เลขาธิการโอไอซีได้แสดงความชื่นชมบทบาทของรัฐบาลไทยที่มีความพยายามและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมให้คำแนะนำว่าควรใช้กลไกทางการเมืองและการเจรจา

ในประเด็นนี้ นายกรัฐมนตรี ได้อธิบายว่า รัฐบาลดำเนินการ 2 แนวทางควบคู่กัน ได้แก่ 1.การส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และความปลอดภัย เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ และ 2.ดำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาโรฮิงญา โดยเห็นพ้องกันว่าต้องให้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

ก่อนหน้าพบปะกับเลขาธิการโอไอซี พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการพูดคุยสันติสุขฯกับกลุ่มมารา ปาตานี และทางกลุ่มมีข้อเสนอมายังรัฐบาล ว่า ยังไม่รับข้อเสนอใดๆ ทุกอย่างมีความละเอียดอ่อน อ่อนไหว จะต้องดูก่อน เพราะถ้าจริงใจในการแก้ปัญหาจนส่งผลให้มีความก้าวหน้า อะไรก็สามารถพูดได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงข่าวกลุ่มมารา ปาตานี เข้าไปพบเลขาธิการโอไอซีขณะเยือนมาเลเซีย และขอให้เขามามีบทบาทในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับมารา ปาตานีว่า ตนไม่ได้ยินอย่างนี้ และไม่รู้ว่าใครพูด ทางโอไอซีจะเป็นผู้สนับสนุนการพูดคุยเท่านั้น แต่จะไม่ได้เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนในการเจรจา เพราะการพูดคุยจะต้องเริ่มจากภายในประเทศ เชื่อว่าการพูดคุยจากนี้ไปจะดีขึ้น เพราะหากไม่ดีขึ้นก็ไม่รู้จะพูดคุยไปทำไม ทั้งนี้ห่ากสถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น ก็จะลดกำลังทหารลง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ : ภาพเลขาธิการโอไอซีพบนายกรัฐมนตรี จากเว็บไซต์รัฐบาลไทย

 

----------------------------------------------------------

 

 

 

ยิงดับ"พ.ต.ท." ยะรังป่วนวันเดียว 2 เหตุ ผบ.ทบ.สั่งขยายพื้นที่ พ.ร.บ.มั่นคง เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 13 มกราคม 2559 เวลา 09:47 น.

เขียนโดยทีมข่าวอิศรา

หมวดหมู่ข่าวทั่วไปศูนย์ข่าวภาคใต้ | เรื่องเด่น - สำนักข่าวอิศรา | เรื่องเด่น-ภาคใต้

ใต้ระอุ ยิงตำรวจระดับ พ.ต.ท.ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สภ.มายอ สิ้นชื่อ ยะรังป่วน เช้าซุ่มยิงสีกากีเจ็บ 2 บ่ายบึ้มทหารพรานสาหัส 1 ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงบุกทลายฐานพักกลุ่มป่วนบนเขาตะเว ยึดปืนเอ็ม 16 ผบ.ทบ.ล่องใต้สั่งพิจารณาขยายพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียดและมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.59 เวลาประมาณ 18.15 น. คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.และขนาด 11 มม. ยิงตำรวจ สภ.มายอ จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดใกล้ตลาดนัดบนถนนสาย 4060 บ้านป่าม่วง บ้านย่อยบ้านปาโอะ หมู่ 4 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

ตำรวจที่ถูกยิง คือ พ.ต.ท.รัฐนันท์ มาแผ้ว สารวัตรปราบปราม (สวป.) สภ.มายอ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/10 หมู่ 1 ต.มายอ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกะพ้อ ส่วนอีกคนหนึ่ง คือ ส.ต.ท.นิคม เพชรแก้ว ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.มายอ อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พัทลุง ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบสวนจนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ท.นิคม ซึ่งทำหน้าที่พลขับ ได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ตต 7123 กรุงเทพมหานคร ออกปฏิบัติหน้าที่สืบสวนหาข่าว โดยมี พ.ต.ท.รัฐนันท์ นั่งมาด้วยตรงเบาะหน้าคู่คนขับ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งกำลังจัดตลาดนัด ชื่อตลาดนัดป่าม่วง ทำให้มีคนพลุกพล่าน ส.ต.ท.นิคม ต้องชะลอความเร็ว จึงถูกคนร้าย 2 คนซึ่งแฝงตัวอยู่กับประชาชนท่ำลังจับจ่ายซื้อของ ใช้อาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอกยิงใส่หลายนัด ทำให้ พ.ต.ท.รัฐนันท์ เสียชีวิต ส่วน ส.ต.ท.นิคม ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ ส.ต.ท.นิคม ซึ่งยังมีสติ ได้จอดรถและใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้จนคนร้ายหลบหนีไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

อย่างไรก็ดี มีข่าวอีกกระแสหนึ่งว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.รัฐนันท์ เดินทางไปเยี่ยมภรรยาของผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่งใน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ซึ่งสามีถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2556 และภรรยาได้รับความช่วยเหลือให้เป็นลูกจ้างศูนย์เยียวยา

ซุ่มยิงตำรวจ สภ.ยะรัง เจ็บอีก 2

วันจันทร์ที่ 11 ม.ค.59 เวลา 12.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่บริเวณข้างทาง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงชุดปฏิบัติการร้อยเวร 30 สังกัด สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ขณะนั่งรถกระบะแบบแคปสีแดง หมายเลขทะเบียน ฒค 6542 กรุงเทพมหานคร กลับจากเรือนจำกลางปัตตานี มุ่งหน้าโรงพักยะรัง โดยใช้เส้นทางถนนสาย 410 (ปัตตานี-ยะลา) จุดเกิดเหตุอยู่ในท้องที่บ้านบือแนกือบง หมู่ 3 ต.ประจัน อ.ยะรัง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย คือ ร.ต.อ.ธีระพล รักชูศรี พนักงานสอบสวน สภ.ยะรัง และ ส.ต.ท.เบญจมินทร์ หัดเหาะ ผบ.หมู่ ป. สภ.ยะรัง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ยะรังป่วนหนัก! บึ้มทหารพรานซ้ำสาหัส

เวลา 16.10 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 2216 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 หลังเสร็จจากการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อรักษาความปลอดภัยครู เหตุเกิดบนถนนสายยะรัง-ยาบี ท้องที่บ้านบินยาลิมอ หมู่ 3 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ธวัชชัย คาด้วง อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

สำหรับระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่กล่องพลาสติกสีฟ้า วางดักไว้บริเวณโคนต้นไม้ข้างทาง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ยิงหม้อแปลงไฟฟ้าที่ทุ่งยางแดง

เวลา 20.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิงหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน บ้านบาแฆะ หมู่ 5 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้หม้อแปลงได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่กว่า 10 ปลอก เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่ต้องการก่อกวนสร้างสถานการณ์

ปะทะ-ทลายฐานพักกลุ่มป่วนใต้บนเขาตะเว

ด้านผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ วันอังคารที่ 12 ม.ค.59 พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส สั่งการให้ พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 48 จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ นำโดย ร.อ.ปรีชา รุ่งเมือง ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4804 ขึ้นไปพิสูจน์ทราบบนเทือกเขาตะเว ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านไอร์ปาแย หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงเดินเท้าถึงยอดเขา และถูกกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาที่กำบัง และยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ปรากฏว่ากลุ่มติดอาวุธได้ใช้ความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

ต่อมา พล.ต.เอกรัตน์ พร้อมด้วย พ.อ.สฐิรพงษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำกำลังตามขึ้นไปสมทบ พร้อมตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด พบเพิงพักของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจำนวน 2 หลัง ปลูกสร้างด้วยโครงไม้ มุงหลังคาด้วยผ้ายางกันฝน สร้างห่างกันหลังละประมาณ 2 เมตร ภายในเพิงพักพบชุดลายพราง เสื้อทหาร หมวกทหารพราน เครื่องครัว ที่นอน คัมภีร์ ยารักษาโรค เข็มทิศ เป้สนาม และยังพบอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ถูกซุกไว้ในกระสอบ ห่างจากเพิงพักประมาณ 5 เมตร รวมทั้งเครื่องกระสุนกว่า 100 นัด และอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก คาดว่าสามารถนำมาประกอบระเบิดได้ถึง 20 ลูก

สำหรับอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่พบ เป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หรือค่ายปิเหล็ง เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547

ผบ.ทบ.ล่องใต้ถกหน่วยกำลัง-คุยผู้นำศาสนา

วันจันทร์ที่ 11 ม.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) อ.เมือง จ.ยะลา พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน.) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบนโยบายการปฎิบัติหน้าที่ให้กับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัย, การสร้างพื้นที่ปลอดภัย, การบูรณาการการใช้กล้องซีซีทีวี และการเดินหน้าทำความเข้าใจในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่ความสันติสุขอย่างยั่งยืน

จากนั้น พล.อ.ธีรชัย ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา เพื่อเข้าพบประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา พร้อมพูดคุยหารือกันอย่างใกล้ชิด

สั่งแยกกลุ่ม "คนกลับบ้าน" – ขยายพื้นที่ พ.ร.บ.มั่นคงฯ

ต่อมา พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ของ ผบ.ทบ.และรองผอ.รมน.ครั้งนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องการทำเส้นทางปลอดภัย 24 ชั่วโมง จำนวน 28 เส้นทาง ซึ่งดำเนินการไปแล้วในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา นับว่าได้ผลในระดับหนึ่ง จึงให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พิจารณาต่อไปว่าจะสามารถเพิ่มเติมชุมชนปลอดภัยในทำนองเดียวกันได้หรือไม่

ส่วนการดำเนินโครงการพาคนกลับบ้าน ให้ดำเนินการเฉพาะผู้ที่มีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (หมาย ฉฉ ที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548) กับผู้ที่เคยหวาดระแวงเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีหมาย ป.วิอาญา (ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) ให้แยกจัดทำเป็นโครงการเฉพาะในลักษณะของการอำนวยความสะดวกตามกระบวนการยุติธรรมปกติ และให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประเมินความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่การประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ (พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551) เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่เพียง 5 อำเภอ (4 อำเภอของ จ.สงขลา และ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการกลับตัวกลับใจได้เข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 21 ได้มากขึ้น

เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.59 ชื่นชมไทยจริงใจแก้ปัญหาภาคใต้ แนะใช้วิธีการเจรจาและกลไกทางการเมือง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธรับทุกข้อเสนอของ มารา ปาตานี

นายอิยาด อามีน มาดานี เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.2559 ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน

ภายหลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญของการหารือว่า เลขาธิการโอไอซีได้แสดงความชื่นชมบทบาทของรัฐบาลไทยที่มีความพยายามและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมให้คำแนะนำว่าควรใช้กลไกทางการเมืองและการเจรจา

ในประเด็นนี้ นายกรัฐมนตรี ได้อธิบายว่า รัฐบาลดำเนินการ 2 แนวทางควบคู่กัน ได้แก่ 1.การส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และความปลอดภัย เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ และ 2.ดำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาโรฮิงญา โดยเห็นพ้องกันว่าต้องให้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

ก่อนหน้าพบปะกับเลขาธิการโอไอซี พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการพูดคุยสันติสุขฯกับกลุ่มมารา ปาตานี และทางกลุ่มมีข้อเสนอมายังรัฐบาล ว่า ยังไม่รับข้อเสนอใดๆ ทุกอย่างมีความละเอียดอ่อน อ่อนไหว จะต้องดูก่อน เพราะถ้าจริงใจในการแก้ปัญหาจนส่งผลให้มีความก้าวหน้า อะไรก็สามารถพูดได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงข่าวกลุ่มมารา ปาตานี เข้าไปพบเลขาธิการโอไอซีขณะเยือนมาเลเซีย และขอให้เขามามีบทบาทในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับมารา ปาตานีว่า ตนไม่ได้ยินอย่างนี้ และไม่รู้ว่าใครพูด ทางโอไอซีจะเป็นผู้สนับสนุนการพูดคุยเท่านั้น แต่จะไม่ได้เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนในการเจรจา เพราะการพูดคุยจะต้องเริ่มจากภายในประเทศ เชื่อว่าการพูดคุยจากนี้ไปจะดีขึ้น เพราะหากไม่ดีขึ้นก็ไม่รู้จะพูดคุยไปทำไม ทั้งนี้ห่ากสถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น ก็จะลดกำลังทหารลง

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

อดีตรองผอ.ข่าวกรองฯตำหนิมาเลย์จัดการงานนอกสั่ง เขียนวันที่ วันอังคาร ที่ 12 มกราคม 2559 เวลา 07:20 น.

เขียนโดยทีมข่าวอิศรา

บทบาทของมาเลเซียที่เปิดทางให้กลุ่ม มารา ปาตานี องค์กรตัวแทนของผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยดับไฟใต้กับรัฐบาลไทย เข้าพบเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทำให้บุคคลที่อยู่ในเครือข่ายงานความมั่นคงออกมาแสดงท่าที

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เขียนข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยระบุตอนหนึ่งว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้แทนของโอไอซีได้เดินทางไปมาเลเซีย และได้ให้ผู้แทนของมารา ปาตานี เข้าพบหารือ โดยการประสานงานจัดการของทางการมาเลเซีย ข้อมูลของการเจรจาเท่าที่ทราบคือ

1.ขอให้ยอมรับการมีอยู่ของขบวนการมารา ปาตานี 2.มารา ปาตานี ขอรับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากโอไอซี และ 3.ในทางกลับกัน โอไอซี ขอให้ มารา ปาตานี ไม่สนับสนุนกลุ่มชีอะห์และขบวนการไอเอส

นายนันทิวัฒน์ ระบุอีกว่า ส่วนตัวมีคำถามว่า มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย กำลังดำเนินการที่อาจถือได้ว่าก้าวก่ายกิจการภายในของไทย หากทางการมาเลเซียจะอ้างเหตุผลว่า พยายามช่วยเหลือไทย ก็ยังถือว่าเป็นการดำเนินการที่เกินกว่าสถานะผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) ในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กำลังก้าวล้ำเป็นคนกลาง จัดการงานนอกสั่งที่ไทยไม่ได้ร้องขอ

"มันไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ซ้ำร้ายจะทำให้ทุกฝ่ายหวาดระแวงกันมากกว่า" อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ระบุ

----------------------------------

 

 


เปิดข้อมูล "มารา ปาตานี" พบโอไอซี ดึงเพิ่มบทบาทพูดคุยดับไฟใต้ /มาเลย์พามาราฯพบOIC "อกนิษฐ์"ฝากถามจะคบรัฐบาลไทยหรือกลุ่มแยกดินแดน

กลุ่มมารา ปาตานี องค์กรตัวแทนของผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับรัฐบาลไทย ได้เข้าพบเลขาธิการโอไอซีแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ระหว่างเยือนมาเลเซีย ตามที่ "ทีมข่าวอิศรา" รายงานเอาไว้ก่อนหน้านี้

แหล่งข่าวระดับสูงจากมาเลเซีย เปิดเผยว่า แกนนำมารา ปาตานี ที่ได้เข้าพบ นายอิยาด อามีน มาดานิ (Iyad Ameen Madani) เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ขณะปฏิบัติภารกิจในประเทศมาเลเซีย มี 5 คน คือ นายมะสุกรี ฮารี จากกลุ่มบีอาร์เอ็น ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ฝ่ายมารา ปาตานี, นายอาบูฮาฟิซ อัลฮากิม หรือ นายแพทย์ กามาลุดดิน ฮานาพี แกนนำกลุ่มบีไอพีพี, นายแพทย์ ซากี อับดุลเลาะห์ จากกลุ่มบีไอพีพี, นายมุคตาร์ มูโน๊ะ หรือ นายแพทย์ อารีฟ มุคตาร์ จากกลุ่มพูโล-เอ็มเคพี (PULO-MKP) ที่มี นายกัสตูรี่ มาห์โกตา เป็นหัวหน้า และ นายอาหามะ บูละ หรือ มะ ชูโว จากกลุ่มบีอาร์เอ็น

นอกจากแกนนำมารา ปาตานี แล้ว ยังมีผู้แทนภาคประชาสังคมจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 5 คนร่วมคณะเข้าพบเลขาธิการโอไอซีด้วย ตามการประสานงานของมารา ปาตานี

โดยผู้แทนภาคประชาสังคม มีทั้งตัวแทนองค์กรที่มีบทบาทสูงในพื้นที่และมีสื่ออยู่ในมือ กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ปัตตานี และเจ้าของโรงเรียนปอเนาะในจังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ ทั้งแกนนำมารา ปาตานี และตัวแทนภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันบรรยายสภาพปัญหา, ความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ และบทบาทของภาคประชาสังคม โดยมีเอกสารประกอบการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมข้อเสนอแนะ 2 ข้อ คือ

1.โอไอซี ควรสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านทางมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยฯ ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งจากรัฐบาลไทยและกลุ่มมารา ปาตานี

กับ 2.โอไอซี ควรเพิ่มบทบาทในการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพในมิติที่นอกเหนือไปจากกระบวนการพูดคุย หรือบนโต๊ะเจรจา โดยให้มุ่งทำงานทางวิชาการร่วมกับภาคประชาสังคมในพื้นที่

มีรายงานยืนยันจากแหล่งข่าวในมาเลเซียว่า เลขาธิการโอไอซี แสดงท่าทีสนใจเรื่องกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

เปิดแผนเสนอตัวเป็น "ผู้สังเกตการณ์โอไอซี"

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ นายอาบูฮาฟิซ หรือ นายแพทย์กามาลุดดิน แกนนำกลุ่มบีไอพีพี หนึ่งในคณะพูดคุยฯฝ่ายมารา ปาตานี เปิดเผยว่า บุคคลที่ทางกลุ่ม มารา ปาตานี ให้ความสำคัญในคณะเลขาธิการโอไอซี คือ นาย Sayed Kassem El Masry ผู้อำนวยการกองกิจการชนกลุ่มน้อยมุสลิม ในสำนักเลขาธิการโอไอซี ซึ่งเป็นผู้ดูแลประเด็นปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และเคยเดินทางเยือนประเทศไทยในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ด้วย

โดยฝ่ายมารา ปาตานี เชื่อว่าจะสามารถใช้บุคคลผู้นี้เป็นตัวเชื่อมต่อเพื่อขอสถานะผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีได้

แหล่งข่าวยืนยันว่า มาเลเซียเป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ มารา ปาตานี ในเรื่องนี้ และมั่นใจว่ามาเลเซียจะทำได้สำเร็จ เพราะเคยทำให้กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ซึ่งต่อสู้แยกดินแดนทางตอนใต้จากฟิลิปปินส์ เป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซี มาแล้ว กลุ่มมารา ปาตานี จึงตั้งเป้าหมายว่าในปี 2560 จะเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีให้ได้

มีรายงานว่า หลังจากพบปะกับเลขาธิการโอไอซี กลุ่มมารา ปาตานี จะส่งตัวแทนไปกรุงเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อล็อบบี้เรื่องการเสนอตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซี เพื่อให้ได้รับการยอมรับในทางสากล และบีบให้รัฐบาลไทยยอมรับสถานะของมารา ปาตานีด้วย เพราะท่าทีของไทยไม่เคยยอมรับสถานะของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐมาก่อน

อนึ่ง โอไอซี หรือองค์การความร่วมมืออิสลาม มีสมาชิกเป็นชาติมุสลิม 57 รัฐ มีประเทศที่อยู่ในสถานะ "ผู้สังเกตการณ์" (observes) ของโอไอซีเพียง 5 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้มีมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ และไทยคือหนึ่งในนั้น ขณะที่ "กลุ่มประชาคมมุสลิม" หรือ Muslim Communities มีเพียงกลุ่มเดียว คือ "กลุ่มโมโร" หรือ เอ็มเอ็นแอลเอฟ (ใช้ชื่อย่อตามเว็บไซต์โอไอซี) ซึ่งต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐบาลฟิลิปปินส์มานานหลายสิบปีเพื่อแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของประเทศที่มีมุสลิมอยู่อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะเกาะมินดาเนา

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรยายภาพ : แกนนำมารา ปาตานี ระหว่างเสร็จสิ้นการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 หลังพบปะกับคณพูดคุยสันติสุขฯฝ่ายรัฐบาลไทย (ภาพจากแฟ้มภาพอ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

มาเลย์พามาราฯพบOIC "อกนิษฐ์"ฝากถามจะคบรัฐบาลไทยหรือกลุ่มแยกดินแดน เขียนวันที่ วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม 2559 

 

มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า กลุ่มมารา ปาตานี ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐจำนวน 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยสันติสุขดับไฟใต้กับรัฐบาล จะได้เข้าพบเลขาธิการโอไอซี ระหว่างเดินทางเยือนหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งไทย ช่วงสุดสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวในมุมมองของฝ่ายความมั่นคงไทย ถือว่าอ่อนไหวต่อปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก เพราะรัฐบาลไทยทุกรัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า ปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาภายในของไทย แต่บทบาทของมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุย ประสานงานให้กลุ่มมารา ปาตานี เข้าพบเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ซึ่งแสดงท่าทีกดดันไทยมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ เสมือนหนึ่งเป็นการยกระดับปัญหาสู่ระดับสากล หรือมีองค์กรภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง

พลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตนายทหารที่เคยมีบทบาทด้านประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย กล่าวว่า เท่าที่ทราบประเทศเพื่อนบ้านของไทยเคยพากลุ่มมารา ปาตานี เดินทางไปพบโอไอซีมาแล้ว และให้มารา ปาตานี เสนอตัวเป็นผู้สังเกตการณ์การประชุมโอไอซี ซึ่งเป็นสถานะเทียบเท่ากับรัฐไทยในโอไอซี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของชาติผู้สังเกตกาณ์ซึ่งไม่ใช่ประเทศมุสลิม

ฉะนั้นตามข่าวที่ได้รับมา เมื่อเลขาธิการโอไอซีจะเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จึงมีการประสานงานให้กลุ่มมารา ปาตานี เข้าพบเลขาธิการโอไอซีด้วย

"ผมห่วงบทบาทของประเทศเพื่อนบ้านที่เราเชิญมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติสุขเพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งในภาคใต้ เพราะบทบาทเช่นนี้ไม่ใช่ผู้อำนวยความสะดวก แต่กำลังแสดงบทบาทเป็นคนกลางการเจรจา และทำให้กลุ่มผู้เห็นต่างยกสถานะเทียบเท่ารัฐบาลไทย คำถามก็คือเป็นการทำเกินหน้าที่หรือไม่ และมีความเหมาะสมหรือเปล่า"

"เรื่องนี้ถ้าโอไอซียอม ก็เท่ากับยอมรับสถานะของกลุ่มมารา ปาตานี ว่าเทียบเท่ากับรัฐบาลไทย จึงอยากให้โอไอซีตระหนักตรงจุดนี้และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าตกลงจะคบกับรัฐบาลไทย หรือคบมารา ปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดน" พลเอกอกนิษฐ์ กล่าว

อดีตนายทหารซึ่งมีบทบาทสูงในการเจรจายุติปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายาในอดีต ซึ่งส่งผลดีทั้งกับประเทศไทยและมาเลเซีย ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ จับตาการเล่นเกินบทบาท ผิดคิวของมาเลเซีย และควรเร่งทำความเข้าใจกับโอไอซีโดยด่วน

"มาเลเซียคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์ กับกลุ่มเอ็มไอแอลเอฟ บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งสู้รบกันมาหลายสิบปี แล้วกำลังจะนำ 'มินดาเนาโมเดล' มาใช้กับปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทั้งๆ ที่ใช้กันไม่ได้ เนื่องจากสภาพปัญหา สภาพสังคม และประวัติศาสตร์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง"

พลเอกอกนิษฐ์ กล่าวด้วยว่า จากแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ กำลังเดินผิดทาง เล่นตามเกมมาเลเซียและมารา ปาตานี ฉะนั้นจึงเตรียมเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาเรื่องนี้ และสรุปเป็นรายงานเพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

"อักษรา"ประชุมร่วม"ผู้นำศาสนา-ภาคสังคม" ถกพูดคุยดับไฟใต้

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมคณะพูดคุย รวมทั้ง พลเอกกิตติ อินทสร เลขานุการคณะพูดคุยฯ ตัวแทนจากกองทัพ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำศาสนา นักวิชาการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ โดยใช้สถานที่ค่ายจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยคณะพูดคุยฯได้อธิบายผลการดำเนินกรบะวนการพูดคุยในปี 2558 และแผนงานการดำเนินกระบวนการพูดคุยในระยะต่อไป ซึ่งมีการขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมด้วย เพื่อแสดงถึงความต้องการร่วมกันที่จะนำสันติสุขและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของประชาชนกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะที่ผู้นำศาสนาซึ่งเข้าร่วมประชุม ได้ขอให้ทุกฝ่ายอดทน แสดงออกด้วยความจริงใจและจริงจังในการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯ อย่าให้สังคมผิดหวัง และต้องดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาในทุกมิติ ส่วนนักวิชาการจะช่วยสร้างเสริมทางวิชาการในมุมมองสันติภาพเชิงบวก

ภาคสังคมขอพื้นที่กลาง-ยื่นรายงานซ้อมทรมานเหยื่อ 52 คน

ขณะที่ตัวแทนภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมประชุม ร้องขอการมีส่วนร่วมในการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯ อาทิ ขอให้จัดพื้นที่กลาง หรือ Common space ในการแสดงออก ซึ่งตัวแทนฝ่ายรัฐในที่ประชุมชี้แจงว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ในฐานะคณะประสานงานระดับพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว

โอกาสนี้ นางสาวอัญชณา หีมมิหน๊ะ แกนนำกลุ่มด้วยใจ ในฐานะตัวแทนคณะจัดทำรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ปี 2557 - 2558 ซึ่งร่วมจัดทำกับเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานี และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้มอบรายงานดังกล่าว ความหนา 59 หน้าให้กับ พลเอกอักษรา

เนื้อหาในรายงานระบุถึงผู้ร้องเรียนทั้งหมด 52 ราย เป็นชายชาวมลายูมุสลิมทั้งหมด ร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการถูกทรมานและการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และเกิดขึ้นในสถานที่เดิม โดยเจ้าหน้าที่รัฐทั้งตำรวจและทหารหลังถูกควบคุมตัว วัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือคำรับสารภาพ ซึ่งจากบันทึกของผู้ร้องเรียน มีการกล่าวอ้างว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร 48 ราย และเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 13 ราย

พลตรีบรรพต พูลเพียร รองโฆษกคณะพูดคุยฯ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการประชุมรับฟังความเห็นครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคณะพูดคุยฯ กับผู้นำศาสนา ภาคประชาชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อให้ทราบสภาพปัญหาและความต้องการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญตามกรอบเป้าหมายและทิศทางการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯในระยะที่ 1 คือระยะการสร้างความไว้วางใจ

วันเดียวกัน พลเอกอักษรา พร้อมคณะ ได้ประชุมหารือกับฝ่ายกองกำลัง นำโดย พลโทวิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 พลตรีชินวัฒน์ แม้นเดช รองแม่ทัพภาคที่ 4 พลตรีเอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และ พลตำรวจตรี พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ด้วย

พลเอกอักษรา กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่มีมาถึง 12 ปี ตัวละครออกมาหมดแล้ว จึงต้องมาบอกกล่าวให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ว่ามีการพูดคุยไปถึงไหนแล้ว มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องอย่างไร ขณะนี้อยู่ที่ว่ากลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐจะเอาอย่างไร

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรยายภาพ :

1 พลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ (ภาพจากทีมข่าวอิศรา)

2 พลเอกอักษรา เกิดผล (คนกลาง) ภาพจากเฟซบุ๊คของ พลตรี บรรพต พูลเพียร (ภาพถูกครอปโดยทีมข่าวอิศรา)

นายกฯยอมรับดับไฟใต้ไม่ง่าย! ไม่กังวล OIC เยือนไทย@นราฯป่วน! บึ้มทหารพราน-โจมตีป้อมชคต. พลีชีพ 2 รับปี 59

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2559 ถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานานถึง 12 ปีเต็ม

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องถามก่อนว่าความขัดแย้งในภาคใต้เกิดขึ้นเพราะอะไร ซึ่งกระทรวงกลาโหมและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะเป็นผู้ชี้แจงในภาพของการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขได้ง่าย ไม่ใช่สั่งวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จ ปัญหาความขัดแย้งนั้นเป็นกันทั้งโลก ถามว่าแก้ไขได้หรือไม่ ก็แก้ไขไม่ได้ ประเทศไทยก็คล้ายกับประเทศอื่นทั่วโลก ไม่ใช่ให้ภาครัฐเป็นผู้แก้ไขเพียงฝ่ายเดียว ต้องแก้ไขกันทั้งสองฝ่าย รัฐมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้เห็นต่างจากรัฐใช้ความรุนแรงในการต่อสู้ มันก็ไม่ใช่

12 ปีไฟใต้ละลายงบจ่อ3แสนล้าน สถิติรุนแรง-หมู่บ้านสีแดงลด ปืนถูกปล้นเพิ่ม! /12 ปีปล้นปืน...อาวุธร้ายแรงอีก 1,272 กระบอกอยู่ในมือใคร?

วันที่ 4 ม.ค.2559 เป็นวันครบรอบ 12 ปีของเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่จำนวน 413 กระบอก ที่กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือ ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งถือเป็นปฐมบทของความรุนแรงชายแดนใต้รอบใหม่ จนถึงปัจจุบันเปลวไฟของสถานการณ์ความไม่สงบก็ยังไม่ดับมอดลง

"อักษรา"แถลงส่งท้ายปี...ยันพูดคุยสันติสุขเดินหน้า ปีหน้าสถานการณ์ใต้ดีขึ้น/จำคุก 5 เบอร์ซาตู – ยกฟ้องอุ้มสมชาย – ก.ม.ป้องกันอุ้มหายถูกดอง!

พลตรีบรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะรองโฆษกคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (The Peace Dialogue Panel) แถลงคำชี้แจงของ พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2558 ต้อนรับปีใหม่ 2559 เกี่ยวกับทิศทางการพูดคุยเพื่อสันติสุขดับไฟใต้ โดยแยกเป็นประเด็นการสร้างความไว้วางใจ, การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย และแนวโน้มสถานการณ์ปี 2559

More Articles...


Subcategories

  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News