12152017Fri
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

เทียบ 3 ปีสถิติเหตุรุนแรง 10 วันสุดท้ายรอมฎอน /คาร์บอมบ์เกาะหม้อแกงน้ำหนักระเบิดกว่า 100 กิโลฯ แฉรถแก๊งบึ้มสมุย

สิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนปีนี้ เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมีเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะมีคาร์บอมบ์เปิดหัวและปิดท้ายของห้วงเวลา

คือ คาร์บอมบ์ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. และคาร์บอมบ์ที่ด่านเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ซึ่งเป็นวันดูดวงจันทร์กำหนดวันอิฎิ้ลฟิตรี หรือวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนนั่นเอง

เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนในสังคมหันมาสนใจปัญหาชายแดนใต้อีกครั้ง หลังจากนิ่งๆ เงียบๆ มานานตามสถานการณ์ความไม่สงบที่ค่อนข้างเบาบาง และการพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐที่ไม่ค่อยคืบหน้า

ข้อมูลที่รวบรวมโดย "ศูนย์ข่าวอิศรา" และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พบว่า สถิติเหตุรุนแรงในห้วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนปีนี้ อยู่ใดระดับเดียวกันหรือมากกว่าปีก่อนๆ โดยตัวเลขปรากฏชัดเจนจากการเปรียบเทียบย้อนหลัง 3 ปี

ปี 2557 มีเหตุรุนแรง รวมทุกประเภท (ยิง – เผา – วางเพลิง – ก่อกวน ฯลฯ) จำนวน 22 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย บาดเจ็บ 74 ราย
ปี 2558 มีเหตุรุนแรง 50 ครั้ง เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บ 33 ราย
ปี 2559 มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นทั้งสิ้น 30 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บ 25 ราย (ดูกราฟฟิกประกอบ)

หากนับเฉพาะเหตุระเบิด ปี 2557 มีระเบิดเกิดขึ้น 8 ครั้ง ปี 2558 มีระเบิด 12 ครั้ง และปีนี้ 2559 มีระเบิดเกิดขึ้นถึง 15 ครั้ง (ดูกราฟฟิกประกอบ)

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 5 ก.ค.59 ว่า จะเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นขึ้นในการตรวจตรารักษาความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมของกำลังทหารทั้งหมด

"แต่พอเราให้กำลังพลเข้มข้น ก็จะกลายเป็นว่าใช้อำนาจพิเศษ แล้วจะเอาอะไรจากผม อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง บังคับก็ไม่ได้ กฎหมายก็ใช้ไม่ได้ แล้วก็เกิดเหตุโครมๆ ก็กลับมาโทษคนที่พยายามทำงาน พยายามแก้ปัญหา วันนี้เรามีหน่วยงานแก้ไขปัญหา กอ.รมน.ภาค 4 ศอ.บต. หน่วยงานของรัฐ พวกเขาก็ทำงานตามแผนงานยุทธศาสตร์ 9 ยุทธศาสตร์ แล้วจะต้องแก้อะไรทุกวัน วันนี้เจ้าหน้าที่ทำเต็มที่แล้ว มีมาตรการทุกมาตรการ"

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากสถิติการก่อเหตุ เพิ่มขึ้นหรือลดลง นายกฯ ตอบว่า ลดลง ดูได้จากกราฟ แต่จะให้ไม่เกิดเลย ต้องไปบอกคนทำ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้เป็นคนทำ

"เจ้าหน้าที่คงไม่เอาปืนไปยิงใส่หน้ามัสยิดมั้ง คิดแบบนี้บ้างสิ หรือเธอคิดว่าเจ้าหน้าที่ยิงใส่หน้ามัสยิดเธอ ฉันพูดให้ฟัง พูดให้คิด ว่ามันใช่ไหม สติปัญญาคิดบ้าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ขณะนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ได้เรียกแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาหารือเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นถี่ในช่วงหลังๆ แล้ว พบว่าเหตุระเบิมที่เกิดขึ้นช่วงนี้ เกิดห่างพื้นที่ชุมชน 4-5 กิโลเมตร ไม่ได้ก่อเหตุในพื้นที่ชุมชน ไม่มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุต้องการดิสเครดิตรัฐบาล และไม่สามารถก่อเหตุในพื้นที่ชุมชนได้

"ในช่วงเดือนรอมฎอนปีที่แล้วเกิดเหตุความรุนแรง 47 ครั้ง ปีนี้เกิดเหตุ 30 กว่าครั้ง (ข้อมูลที่นับโดยฝ่ายความมั่นคงเอง) ถือว่าลดลง แต่มีเหตุถี่ในช่วงปลายเดือนรอมฎอน ก็เลยมองกันว่าเกิดเหตุมากขึ้น ผมคิดว่าสถิติการก่อเหตุไม่สำคัญ เพราะที่จริงแล้วไม่ควรเกิดเหตุขึ้นเลย และได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 แล้วว่าอย่าให้เกิดเหตุมากขึ้น เพราะผมไม่อยากให้เกิดเหตุอีก"

isranews

-----------------------------------------------

คาร์บอมบ์เกาะหม้อแกงน้ำหนักระเบิดกว่า 100 กิโลฯ แฉรถแก๊งบึ้มสมุย

วันอังคาร ที่ 05 กรกฎาคม 2559 เวลา 22:20 น.

เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี รายงานผลตรวจที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ฐานปฏิบัติการด่านเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อช่วงสายวันอังคารที่ 5 ก.ค.59 แล้ว พบเป็นระเบิดถังแก๊ส 2 ถัง น้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม พบตำรวจเสียชีวิตคากองเพลิง

การตรวจที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทำให้ตำรวจสรุปพฤติการณ์ของคนร้ายที่ก่อเหตุคาร์บอมบ์บริเวณด่านตรวจเกาะหม้อแกงว่า คนร้ายขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งบรรทุกระเบิดไว้ภายใน เข้าไปจอดบริเวณด้านข้างฐานปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี หรือที่รู้จักกันดีในนาม "ด่านเกาะหม้อแกง" จากนั้นคนร้ายได้วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ของคนร้ายอีกชุดที่ขับขี่ตามมา เมื่อรถจักรยานยนต์ของคนร้ายแล่นออกไปประมาณ 2 นาที ก็เกิดระเบิดขึ้น

ทั้งนี้ แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้ฐานปฏิบัติการซึ่งปลูกสร้างด้วยไม้ มีกำลังพลเสียชีวิต 1 นาย คือ ส.ต.ท.ธานี แสงสุวรรณ เป็นบุตรชายของอีโอดี ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ส่วนอีก 3 นายได้รับบาดเจ็บคือ ส.ต.ท.จตุพล ศรีอินทร์ อายุ 26 ปี ส.ต.ท.ณัชพล ชูหนู อายุ 28 ปี และ ส.ต.ท.อนุชา แตงฉ่ำ อายุ 29 ปี โดยเพื่อนตำรวจนำส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จังหวัดปัตตานี จากนั้นแพทย์ส่งต่อ ส.ต.ท.จตุพล ไปยังโรงพยาบาลปัตตานี เนื่องจากอาการสาหัส

ต่อมา เจ้าหน้าที่อีโอดีชุดตรวจที่เกิดเหตุ ได้รายงานผลตรวจในเบื้องต้นสรุปว่า รถกระบะที่คนร้ายใช้ ยี่ห้ออีซูซุ แบบสี่ประตู สีบรอนซ์ ติดแผ่นป้ายทะเบียน กง 5342 นราธิวาส ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนปลอม คนร้ายขับรถเข้าไปจอดด้านหน้าบริเวณทางเข้าฐานปฏิบัติการของตำรวจ จุดตรวจร่วมบ้านเกาะหม้อแกง ฝั่งมุ่งหน้าไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากนั้นคนร้ายได้วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มาจอดรอรับขับหลบหนีไป และได้เกิดระเบิดตามมา

สำหรับระเบิดที่คนร้ายใช้ เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่ถังแก๊สหุงต้ม 2 ถัง เป็นถังสีส้มขนาดบรรจุ 4 กิโลกรัม 1 ถัง และถังแก๊สหุงต้มสีเขียว ขนาดบรรจุ 15 กิโลกรัมอีก 1 ถัง น้ำหนักระเบิดรวม 2 ถังกว่า 100 กิโลกรัม จุดระเบิด 2 ระบบ จากวิทยุสื่อสารและวงจรหน่วงเวลา

นอกจากนั้นยังมีรายงานการสืบสวนของตำรวจ ระบุว่ารถกระบะอีซูซุที่คนร้ายใช้ทำคาร์บอมบ์ที่ด่านเกาะหม้อแกง น่าจะเป็นรถที่ร่วมขบวนในเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.58

โดยรถที่ร่วมขบวนทำคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย จำนวน 4 คัน จนถึงขณะนี้พบทั้งหมดแล้ว คือ 1.รถกระบะมาสด้า ซึ่งเป็นรถที่ใช้ทำคาร์บอมที่เกาะสมุย 2.รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์เทา ถูกจอดทิ้งในพื้นที่ สภ.ป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง 3.รถกระบะ มิตซูบิชิ รุ่นไทรตัน สี่ประตู สีขาว พ่นสีเทาทับ ถูกนำไปทำคาร์บอมบ์ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.59 และ 4.รถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เทา สี่ประตู ถูกนำไปทำเป็นคาร์บอมบ์ที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง วันที่ 5 ก.ค.59


เหยื่อจีที 200 "ตาย-เจ็บ-เข้าคุก" ใครรับผิดชอบ?

เหยื่อจีที 200 "ตาย-เจ็บ-เข้าคุก" ใครรับผิดชอบ?

เขียนวันที่ วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน 2559 เวลา 15:59 น.เขียนโดย**นัฏฐิกา โล่ห์วีระ, ปกรณ์ พึ่งเนตรหมวดหมู่เวทีวิชาการ | เวทีทัศน์ | เรื่องเด่น-ภาคใต้Tagsจีที 200 | รศ. ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ | อังคณา นีละไพจิตร
DecreaseIncreaseFont size Send Print
7
เป็นประเด็นที่วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเจ้าเครื่องตรวจวัตถุระเบิดลวงโลก "จีที200" ที่ล่าสุดแม้ศาลประเทศอังกฤษได้ตัดสินยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตเพื่อชดใช้แก่ผู้เสียหายแล้ว ทว่าประเทศไทยกลับไม่มีรายชื่ออยู่ในคิวที่จะได้รับการชดเชย

สมชาย หอมลออ แนะรัฐตั้ง "กรรมการกลาง" สอบซ้อมทรมาน

ยังคงมีควันหลงเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและนอกพื้นที่ชายแดนใต้ กรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งจับ 3 เอ็นจีโอ

บุคคล 3 คนที่ถูกแจ็คพ็อต คือ ผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายในองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) จำนวน 3 คน คือ สมชาย หอมลออ อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย, พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และ อัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ

ข้อหาที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี คือ ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากพฤติการณ์เผยแพร่รายงานสถานการณ์การซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีเนื้อหาเป็นลบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

ล่าสุดมีการเผยแพร่เอกสาร "หมายเรียกผู้ต้องหา" ให้ทั้ง 3 คนเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ในวันที่ 26 มิ.ย.59

สมชาย เปิดใจกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า รายงานเรื่อง "สถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2557-2558" ที่ได้จัดทำขึ้นนั้น เป็นการดำเนินงานตามหน้าที่ หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่าถูกซ้อมทรมาน ซึ่งได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อเหยื่อการทรมานแห่งสหประชาชาติ (United Nations Fund for Victims of Torture)

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อสะท้อนให้ภาครัฐได้เห็นว่า ปัญหาการซ้อมทรมานยังมีอยู่ แม้ว่าภาครัฐจะไม่ต้องการรายงานชิ้นนี้ แต่ในทางปฏิบัติค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังขาดความเข้าใจ และยังเลือกใช้วิธีการซ้อมทรมานในการให้ได้มาซึ่งข้อมูลหลังการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาคดีความมั่นคง

ส่วนประเด็นการไม่เปิดเผยชื่อในรายงานของเหยื่อที่ถูกซ้อมทรมานนั้น สมชาย บอกว่า เป็นเพราะประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเปิดเผยรายชื่อกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับสูง แต่เหยื่อก็ยังคงถูกทำร้ายและถูกคุกคามมากขึ้น จึงถือว่าไม่มีหลักประกันในเรื่องความปลอดภัย ฉะนั้นจึงไม่ต้องการเปิดเผยรายชื่อทั้งหมด

"ผมคิดว่าทางออกเรื่องนี้คือ ควรมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นกลางขึ้นมา โดยคณะกรรมการชุดนี้สามารถคุ้มครองผู้ที่ถูกซ้อมทรมานได้"

สมชาย บอกด้วยว่า แม้เขาไม่ได้เข้าไปสัมภาษณ์เหยื่อโดยตรง แต่ยืนยันว่ากระบวนการจัดเก็บข้อมูลทำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานลักษณะนี้ เช่น สภาเนติบัณฑิตของสหรัฐอเมริกา

"การทำหน้าที่ของเราเป็นไปตามกฎหมายและตรงไปตรงมา เชื่อว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะมีความยุติธรรม โดยผมและพวกจะปฏิบัติตามขั้นตอน คือเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่จะไปวันไหนนั้นต้องนัดวันที่ทุกคนว่างพร้อมกัน ส่วนเรื่องหลังจากนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนปรึกษากับทนายความ" สมชาย กล่าว

ขณะที่ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ได้รับหมายเรียกจากตำรวจแล้ว พร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการ แต่เบื้องต้นอาจต้องขอเลื่อนนัดพบพนักงานสอบสวนไปก่อน เพื่อเตรียมเอกสารให้พร้อม

freengo

เว็บ change รณรงค์จี้นายกฯสั่งถอนแจ้งความ

ด้านเว็บไซต์ change.org ได้เปิดแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งถอนการแจ้งความดำเนินคดีกับเอ็นจีโอทั้ง 3 คน

ข้อความรณรงค์ในหน้าเว็บไซต์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในประเทศไทยถูกกล่าวหาว่าใช้การทรมานอย่างเป็นระบบในการทำร้ายร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมต่อผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว แทนที่รัฐบาลจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อร้องเรียนนี้อย่างจริงจัง กลับมีความพยายามที่จะดำเนินคดีต่อนักสิทธิมนุษยชนทั้งสามคน เนื่องจากพวกเขานำเรื่องการทรมานมาเปิดเผย และหากทหารจะข่มขู่คุกคามในลักษณะนี้ได้สำเร็จ คดีนี้จะส่งผลให้นักสิทธิมนุษยชนทั้งสามคนถูกตัดสินลงโทษจำคุกได้

ภาคประชาสังคมระหว่างประเทศจำเป็นต้องแสดงการสนับสนุนนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีของไทยถอนข้อกล่าวหาทางอาญาต่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนทั้งสามคน เพราะนายกรัฐมนตรีโดยตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ที่เป็นหน่วยงานที่กล่าวหานักสิทธิมนุษยชนทั้งสามคนนี้

isranews

-----------------------------------------------------

เมื่อ กอ.รมน.แจ้งจับ 3 เอ็นจีโอ/ทหารสวนรายงานซ้อมทรมานมีตัวตนแค่ 18 แถมไม่จริง "พรเพ็ญ"ลั่นสู้ทวงศักดิ์ศรี

มีข่าวไม่เล็กไม่ใหญ่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คือข่าว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งรับผิดชอบแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอ 3 คน จากกรณีเผยแพร่รายงานสถานการณ์การซ้อมทรมานผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมที่ชายแดนใต้

เอ็นจีโอ 3 คนที่โดนแจ็คพ็อต คือ คุณสมชาย หอมลออ นักสิทธิมนุษยชนชื่อดัง คุณพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ จากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นประธานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) คนใหม่ และ คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ ซึ่งทำงานภาคประชาสังคมที่ชายแดนใต้

ปะทะสนั่นจะแนะ กลุ่มติดอาวุธดับ4 โยงแก๊งยึดรพ. - ทหารพลีชีพ1

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัย บนภูเขาในเขต อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ทำให้ฝ่ายผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 4 ราย ทหารพรานพลีชีพ 1 นาย

กำลังผสมทหารหลักกับทหารพราน ได้สนธิกำลังเข้าพิสูจน์ทราบบนเทือกเขา บ้านไอร์กรอส ต.จะแนะ อ.จะแนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่วันพุธที่ 1 มิ.ย.59 และได้เปิดฉากยิงปะทะกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยติดอาวุธ คาดว่าเป็นสมาชิกขบวนการก่อความไม่สงบ ส่งผลให้ฝ่ายผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตทันที 3 ราย

More Articles...


Subcategories

  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News