05222017Mon
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

เปิดข้อมูล "มารา ปาตานี" พบโอไอซี ดึงเพิ่มบทบาทพูดคุยดับไฟใต้ /มาเลย์พามาราฯพบOIC "อกนิษฐ์"ฝากถามจะคบรัฐบาลไทยหรือกลุ่มแยกดินแดน

กลุ่มมารา ปาตานี องค์กรตัวแทนของผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับรัฐบาลไทย ได้เข้าพบเลขาธิการโอไอซีแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ระหว่างเยือนมาเลเซีย ตามที่ "ทีมข่าวอิศรา" รายงานเอาไว้ก่อนหน้านี้

แหล่งข่าวระดับสูงจากมาเลเซีย เปิดเผยว่า แกนนำมารา ปาตานี ที่ได้เข้าพบ นายอิยาด อามีน มาดานิ (Iyad Ameen Madani) เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ขณะปฏิบัติภารกิจในประเทศมาเลเซีย มี 5 คน คือ นายมะสุกรี ฮารี จากกลุ่มบีอาร์เอ็น ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ฝ่ายมารา ปาตานี, นายอาบูฮาฟิซ อัลฮากิม หรือ นายแพทย์ กามาลุดดิน ฮานาพี แกนนำกลุ่มบีไอพีพี, นายแพทย์ ซากี อับดุลเลาะห์ จากกลุ่มบีไอพีพี, นายมุคตาร์ มูโน๊ะ หรือ นายแพทย์ อารีฟ มุคตาร์ จากกลุ่มพูโล-เอ็มเคพี (PULO-MKP) ที่มี นายกัสตูรี่ มาห์โกตา เป็นหัวหน้า และ นายอาหามะ บูละ หรือ มะ ชูโว จากกลุ่มบีอาร์เอ็น

นอกจากแกนนำมารา ปาตานี แล้ว ยังมีผู้แทนภาคประชาสังคมจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 5 คนร่วมคณะเข้าพบเลขาธิการโอไอซีด้วย ตามการประสานงานของมารา ปาตานี

โดยผู้แทนภาคประชาสังคม มีทั้งตัวแทนองค์กรที่มีบทบาทสูงในพื้นที่และมีสื่ออยู่ในมือ กับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ปัตตานี และเจ้าของโรงเรียนปอเนาะในจังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ ทั้งแกนนำมารา ปาตานี และตัวแทนภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันบรรยายสภาพปัญหา, ความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพ และบทบาทของภาคประชาสังคม โดยมีเอกสารประกอบการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมข้อเสนอแนะ 2 ข้อ คือ

1.โอไอซี ควรสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านทางมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยฯ ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งจากรัฐบาลไทยและกลุ่มมารา ปาตานี

กับ 2.โอไอซี ควรเพิ่มบทบาทในการหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพในมิติที่นอกเหนือไปจากกระบวนการพูดคุย หรือบนโต๊ะเจรจา โดยให้มุ่งทำงานทางวิชาการร่วมกับภาคประชาสังคมในพื้นที่

มีรายงานยืนยันจากแหล่งข่าวในมาเลเซียว่า เลขาธิการโอไอซี แสดงท่าทีสนใจเรื่องกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

เปิดแผนเสนอตัวเป็น "ผู้สังเกตการณ์โอไอซี"

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ นายอาบูฮาฟิซ หรือ นายแพทย์กามาลุดดิน แกนนำกลุ่มบีไอพีพี หนึ่งในคณะพูดคุยฯฝ่ายมารา ปาตานี เปิดเผยว่า บุคคลที่ทางกลุ่ม มารา ปาตานี ให้ความสำคัญในคณะเลขาธิการโอไอซี คือ นาย Sayed Kassem El Masry ผู้อำนวยการกองกิจการชนกลุ่มน้อยมุสลิม ในสำนักเลขาธิการโอไอซี ซึ่งเป็นผู้ดูแลประเด็นปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และเคยเดินทางเยือนประเทศไทยในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ด้วย

โดยฝ่ายมารา ปาตานี เชื่อว่าจะสามารถใช้บุคคลผู้นี้เป็นตัวเชื่อมต่อเพื่อขอสถานะผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีได้

แหล่งข่าวยืนยันว่า มาเลเซียเป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ มารา ปาตานี ในเรื่องนี้ และมั่นใจว่ามาเลเซียจะทำได้สำเร็จ เพราะเคยทำให้กลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ซึ่งต่อสู้แยกดินแดนทางตอนใต้จากฟิลิปปินส์ เป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซี มาแล้ว กลุ่มมารา ปาตานี จึงตั้งเป้าหมายว่าในปี 2560 จะเข้าเป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซีให้ได้

มีรายงานว่า หลังจากพบปะกับเลขาธิการโอไอซี กลุ่มมารา ปาตานี จะส่งตัวแทนไปกรุงเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อล็อบบี้เรื่องการเสนอตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ในโอไอซี เพื่อให้ได้รับการยอมรับในทางสากล และบีบให้รัฐบาลไทยยอมรับสถานะของมารา ปาตานีด้วย เพราะท่าทีของไทยไม่เคยยอมรับสถานะของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐมาก่อน

อนึ่ง โอไอซี หรือองค์การความร่วมมืออิสลาม มีสมาชิกเป็นชาติมุสลิม 57 รัฐ มีประเทศที่อยู่ในสถานะ "ผู้สังเกตการณ์" (observes) ของโอไอซีเพียง 5 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้มีมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ และไทยคือหนึ่งในนั้น ขณะที่ "กลุ่มประชาคมมุสลิม" หรือ Muslim Communities มีเพียงกลุ่มเดียว คือ "กลุ่มโมโร" หรือ เอ็มเอ็นแอลเอฟ (ใช้ชื่อย่อตามเว็บไซต์โอไอซี) ซึ่งต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐบาลฟิลิปปินส์มานานหลายสิบปีเพื่อแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของประเทศที่มีมุสลิมอยู่อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะเกาะมินดาเนา

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรยายภาพ : แกนนำมารา ปาตานี ระหว่างเสร็จสิ้นการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 หลังพบปะกับคณพูดคุยสันติสุขฯฝ่ายรัฐบาลไทย (ภาพจากแฟ้มภาพอ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

มาเลย์พามาราฯพบOIC "อกนิษฐ์"ฝากถามจะคบรัฐบาลไทยหรือกลุ่มแยกดินแดน เขียนวันที่ วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม 2559 

 

มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า กลุ่มมารา ปาตานี ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐจำนวน 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยสันติสุขดับไฟใต้กับรัฐบาล จะได้เข้าพบเลขาธิการโอไอซี ระหว่างเดินทางเยือนหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งไทย ช่วงสุดสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวในมุมมองของฝ่ายความมั่นคงไทย ถือว่าอ่อนไหวต่อปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก เพราะรัฐบาลไทยทุกรัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า ปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาภายในของไทย แต่บทบาทของมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุย ประสานงานให้กลุ่มมารา ปาตานี เข้าพบเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ซึ่งแสดงท่าทีกดดันไทยมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ เสมือนหนึ่งเป็นการยกระดับปัญหาสู่ระดับสากล หรือมีองค์กรภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง

พลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตนายทหารที่เคยมีบทบาทด้านประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย กล่าวว่า เท่าที่ทราบประเทศเพื่อนบ้านของไทยเคยพากลุ่มมารา ปาตานี เดินทางไปพบโอไอซีมาแล้ว และให้มารา ปาตานี เสนอตัวเป็นผู้สังเกตการณ์การประชุมโอไอซี ซึ่งเป็นสถานะเทียบเท่ากับรัฐไทยในโอไอซี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของชาติผู้สังเกตกาณ์ซึ่งไม่ใช่ประเทศมุสลิม

ฉะนั้นตามข่าวที่ได้รับมา เมื่อเลขาธิการโอไอซีจะเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จึงมีการประสานงานให้กลุ่มมารา ปาตานี เข้าพบเลขาธิการโอไอซีด้วย

"ผมห่วงบทบาทของประเทศเพื่อนบ้านที่เราเชิญมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติสุขเพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งในภาคใต้ เพราะบทบาทเช่นนี้ไม่ใช่ผู้อำนวยความสะดวก แต่กำลังแสดงบทบาทเป็นคนกลางการเจรจา และทำให้กลุ่มผู้เห็นต่างยกสถานะเทียบเท่ารัฐบาลไทย คำถามก็คือเป็นการทำเกินหน้าที่หรือไม่ และมีความเหมาะสมหรือเปล่า"

"เรื่องนี้ถ้าโอไอซียอม ก็เท่ากับยอมรับสถานะของกลุ่มมารา ปาตานี ว่าเทียบเท่ากับรัฐบาลไทย จึงอยากให้โอไอซีตระหนักตรงจุดนี้และพิจารณาอย่างรอบคอบว่าตกลงจะคบกับรัฐบาลไทย หรือคบมารา ปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดน" พลเอกอกนิษฐ์ กล่าว

อดีตนายทหารซึ่งมีบทบาทสูงในการเจรจายุติปัญหาโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายาในอดีต ซึ่งส่งผลดีทั้งกับประเทศไทยและมาเลเซีย ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ จับตาการเล่นเกินบทบาท ผิดคิวของมาเลเซีย และควรเร่งทำความเข้าใจกับโอไอซีโดยด่วน

"มาเลเซียคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์ กับกลุ่มเอ็มไอแอลเอฟ บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งสู้รบกันมาหลายสิบปี แล้วกำลังจะนำ 'มินดาเนาโมเดล' มาใช้กับปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทั้งๆ ที่ใช้กันไม่ได้ เนื่องจากสภาพปัญหา สภาพสังคม และประวัติศาสตร์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง"

พลเอกอกนิษฐ์ กล่าวด้วยว่า จากแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ กำลังเดินผิดทาง เล่นตามเกมมาเลเซียและมารา ปาตานี ฉะนั้นจึงเตรียมเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาเรื่องนี้ และสรุปเป็นรายงานเพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

"อักษรา"ประชุมร่วม"ผู้นำศาสนา-ภาคสังคม" ถกพูดคุยดับไฟใต้

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมคณะพูดคุย รวมทั้ง พลเอกกิตติ อินทสร เลขานุการคณะพูดคุยฯ ตัวแทนจากกองทัพ เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำศาสนา นักวิชาการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ โดยใช้สถานที่ค่ายจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยคณะพูดคุยฯได้อธิบายผลการดำเนินกรบะวนการพูดคุยในปี 2558 และแผนงานการดำเนินกระบวนการพูดคุยในระยะต่อไป ซึ่งมีการขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมด้วย เพื่อแสดงถึงความต้องการร่วมกันที่จะนำสันติสุขและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตของประชาชนกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะที่ผู้นำศาสนาซึ่งเข้าร่วมประชุม ได้ขอให้ทุกฝ่ายอดทน แสดงออกด้วยความจริงใจและจริงจังในการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯ อย่าให้สังคมผิดหวัง และต้องดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาในทุกมิติ ส่วนนักวิชาการจะช่วยสร้างเสริมทางวิชาการในมุมมองสันติภาพเชิงบวก

ภาคสังคมขอพื้นที่กลาง-ยื่นรายงานซ้อมทรมานเหยื่อ 52 คน

ขณะที่ตัวแทนภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมประชุม ร้องขอการมีส่วนร่วมในการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯ อาทิ ขอให้จัดพื้นที่กลาง หรือ Common space ในการแสดงออก ซึ่งตัวแทนฝ่ายรัฐในที่ประชุมชี้แจงว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ในฐานะคณะประสานงานระดับพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว

โอกาสนี้ นางสาวอัญชณา หีมมิหน๊ะ แกนนำกลุ่มด้วยใจ ในฐานะตัวแทนคณะจัดทำรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ปี 2557 - 2558 ซึ่งร่วมจัดทำกับเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานี และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้มอบรายงานดังกล่าว ความหนา 59 หน้าให้กับ พลเอกอักษรา

เนื้อหาในรายงานระบุถึงผู้ร้องเรียนทั้งหมด 52 ราย เป็นชายชาวมลายูมุสลิมทั้งหมด ร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการถูกทรมานและการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และเกิดขึ้นในสถานที่เดิม โดยเจ้าหน้าที่รัฐทั้งตำรวจและทหารหลังถูกควบคุมตัว วัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือคำรับสารภาพ ซึ่งจากบันทึกของผู้ร้องเรียน มีการกล่าวอ้างว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร 48 ราย และเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 13 ราย

พลตรีบรรพต พูลเพียร รองโฆษกคณะพูดคุยฯ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการประชุมรับฟังความเห็นครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคณะพูดคุยฯ กับผู้นำศาสนา ภาคประชาชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อให้ทราบสภาพปัญหาและความต้องการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญตามกรอบเป้าหมายและทิศทางการดำเนินกระบวนการพูดคุยฯในระยะที่ 1 คือระยะการสร้างความไว้วางใจ

วันเดียวกัน พลเอกอักษรา พร้อมคณะ ได้ประชุมหารือกับฝ่ายกองกำลัง นำโดย พลโทวิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 พลตรีชินวัฒน์ แม้นเดช รองแม่ทัพภาคที่ 4 พลตรีเอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และ พลตำรวจตรี พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ด้วย

พลเอกอักษรา กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่มีมาถึง 12 ปี ตัวละครออกมาหมดแล้ว จึงต้องมาบอกกล่าวให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ว่ามีการพูดคุยไปถึงไหนแล้ว มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องอย่างไร ขณะนี้อยู่ที่ว่ากลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐจะเอาอย่างไร

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรยายภาพ :

1 พลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ (ภาพจากทีมข่าวอิศรา)

2 พลเอกอักษรา เกิดผล (คนกลาง) ภาพจากเฟซบุ๊คของ พลตรี บรรพต พูลเพียร (ภาพถูกครอปโดยทีมข่าวอิศรา)


นายกฯยอมรับดับไฟใต้ไม่ง่าย! ไม่กังวล OIC เยือนไทย@นราฯป่วน! บึ้มทหารพราน-โจมตีป้อมชคต. พลีชีพ 2 รับปี 59

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2559 ถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานานถึง 12 ปีเต็ม

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องถามก่อนว่าความขัดแย้งในภาคใต้เกิดขึ้นเพราะอะไร ซึ่งกระทรวงกลาโหมและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะเป็นผู้ชี้แจงในภาพของการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขได้ง่าย ไม่ใช่สั่งวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จ ปัญหาความขัดแย้งนั้นเป็นกันทั้งโลก ถามว่าแก้ไขได้หรือไม่ ก็แก้ไขไม่ได้ ประเทศไทยก็คล้ายกับประเทศอื่นทั่วโลก ไม่ใช่ให้ภาครัฐเป็นผู้แก้ไขเพียงฝ่ายเดียว ต้องแก้ไขกันทั้งสองฝ่าย รัฐมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้เห็นต่างจากรัฐใช้ความรุนแรงในการต่อสู้ มันก็ไม่ใช่

12 ปีไฟใต้ละลายงบจ่อ3แสนล้าน สถิติรุนแรง-หมู่บ้านสีแดงลด ปืนถูกปล้นเพิ่ม! /12 ปีปล้นปืน...อาวุธร้ายแรงอีก 1,272 กระบอกอยู่ในมือใคร?

วันที่ 4 ม.ค.2559 เป็นวันครบรอบ 12 ปีของเหตุการณ์ปล้นปืนครั้งใหญ่จำนวน 413 กระบอก ที่กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือ ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งถือเป็นปฐมบทของความรุนแรงชายแดนใต้รอบใหม่ จนถึงปัจจุบันเปลวไฟของสถานการณ์ความไม่สงบก็ยังไม่ดับมอดลง

"อักษรา"แถลงส่งท้ายปี...ยันพูดคุยสันติสุขเดินหน้า ปีหน้าสถานการณ์ใต้ดีขึ้น/จำคุก 5 เบอร์ซาตู – ยกฟ้องอุ้มสมชาย – ก.ม.ป้องกันอุ้มหายถูกดอง!

พลตรีบรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะรองโฆษกคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (The Peace Dialogue Panel) แถลงคำชี้แจงของ พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2558 ต้อนรับปีใหม่ 2559 เกี่ยวกับทิศทางการพูดคุยเพื่อสันติสุขดับไฟใต้ โดยแยกเป็นประเด็นการสร้างความไว้วางใจ, การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย และแนวโน้มสถานการณ์ปี 2559

คำบอกเล่าสุดท้ายของ "อับดุลลายิบ" ก่อนเสียชีวิตในค่ายทหาร

ผ่านมาหลายวันแล้วที่ อับดุลลายิบ ดอเลาะ วัย 41 ปี ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ ในห้องควบคุมของหน่วยข่าวกรองทางทหาร ส่วนหน้า ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

แต่บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ 1 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก ซึ่งเป็นบ้านของอับดุลลายิบ ยังคงมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน รวมทั้งผู้แทนส่วนราชการต่างๆ เข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ


  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News