08232017Wed
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

กู้ระทึก "จรวดแสวงเครื่อง" พบครั้งแรกที่ชายแดนใต้ไม่ไกลสนามบินบ่อทอง!

มีเหตุระทึกขวัญที่จังหวัดปัตตานี เมื่อเจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดรูปแบบใหม่ มีลักษณะคล้ายหัวจรวด ในพื้นที่อำเภอหนองจิก ใกล้กับสนามบินบ่อทอง หรือท่าอากาศยานปัตตานี

ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2559 พลตำรวจตรี ทนงศักดิ์ วังสุภา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก จังหวัดปัตตานี และชุดทำลายวัตถุระเบิด หรืออีโอดี ของหน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ได้เข้าตรวจสอบบริเวณคูน้ำกลางถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 หาดใหญ่-ปัตตานี ท้องที่หมู่ 6 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก หลังรับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด


ฮิวแมนไรท์วอทช์ ชี้สิทธิมนุษยชนไทยแย่ลง ,การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข /ทหารหญิงชายแดนใต้ร้องนายกฯอนุญาตสวมฮิญาบ /

องค์กรฮิวแมน ไรท์วอทช์ ออกรายงานประจำปี เรื่องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ปี 2015 ระบุในส่วนของไทยสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน แย่ลงกว่าเดิม

ในรายงานระบุว่า ยังไม่เห็นทางออกของปัญหานี้ เพราะรัฐบาลยังคงดำเนินคดีกับผู้เห็นต่าง สั่งห้ามการชุมนุม ควบคุมสื่อ และ ห้ามการเสวนาวิเคราะห์ทางการเมือง แม้จะมีการแสดงความกังวลจากนานาชาติ และ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีการบังคับใช้ มาตรา 44 และ การกำหนดวันเลือกตั้ง ยังไม่มีความชัดเจน

เลขาธิการโอไอซีเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวก-สำหรับการเจรจาชายแดนใต้@สุรชาติ: ไอเอสขยายตัวสู่เอเชียอาคเนย์...โจทย์ความมั่นคงชุดใหญ่ปี 2016

Thu, 2016-01-14 18:02

ในรายงานของบางกอกโพสต์ เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ระบุว่าพร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาลไทย-มาร่า ปาตานี หาทางออกทางการเมืองเพื่อคลี่คลายเหตุความไม่สงบชายแดนใต้ โดยเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นก่อนการเจรจา คือการเมืองที่นับรวมทุกคนและเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มแสดงความเห็น

14 ม.ค. 2559 อามีน มาดานี (Iyad Ameen Madani) เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี (Organisation of Islamic Cooperation - OIC) ระบุว่า มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือไทยและกลุ่มติดอาวุธในชายแดนใต้หาทางออกทางการเมืองเพื่อคลี่คลายเหตุความไม่สงบในชายแดนใต้

โอไอซีชมไทยแก้ไฟใต้ แนะใช้เจรจา – นายกฯเบรค "มารา ปาตานี" /ยิงดับ"พ.ต.ท." ยะรังป่วนวันเดียว 2 เหตุ ผบ.ทบ.สั่งขยายพื้นที่ พ.ร.บ.มั่นคง /อดีตรองผอ.ข่าวกรองฯตำหนิมาเลย์จัดการงานนอกสั่ง

โอไอซีชมไทยแก้ไฟใต้ แนะใช้เจรจา – นายกฯเบรค "มารา ปาตานี" เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 13 มกราคม 2559 เวลา 07:02 น.

เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.59 ชื่นชมไทยจริงใจแก้ปัญหาภาคใต้ แนะใช้วิธีการเจรจาและกลไกทางการเมือง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธรับทุกข้อเสนอของ มารา ปาตานี

นายอิยาด อามีน มาดานี เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.2559 ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน

ภายหลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญของการหารือว่า เลขาธิการโอไอซีได้แสดงความชื่นชมบทบาทของรัฐบาลไทยที่มีความพยายามและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมให้คำแนะนำว่าควรใช้กลไกทางการเมืองและการเจรจา

ในประเด็นนี้ นายกรัฐมนตรี ได้อธิบายว่า รัฐบาลดำเนินการ 2 แนวทางควบคู่กัน ได้แก่ 1.การส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และความปลอดภัย เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ และ 2.ดำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาโรฮิงญา โดยเห็นพ้องกันว่าต้องให้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

ก่อนหน้าพบปะกับเลขาธิการโอไอซี พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการพูดคุยสันติสุขฯกับกลุ่มมารา ปาตานี และทางกลุ่มมีข้อเสนอมายังรัฐบาล ว่า ยังไม่รับข้อเสนอใดๆ ทุกอย่างมีความละเอียดอ่อน อ่อนไหว จะต้องดูก่อน เพราะถ้าจริงใจในการแก้ปัญหาจนส่งผลให้มีความก้าวหน้า อะไรก็สามารถพูดได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงข่าวกลุ่มมารา ปาตานี เข้าไปพบเลขาธิการโอไอซีขณะเยือนมาเลเซีย และขอให้เขามามีบทบาทในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับมารา ปาตานีว่า ตนไม่ได้ยินอย่างนี้ และไม่รู้ว่าใครพูด ทางโอไอซีจะเป็นผู้สนับสนุนการพูดคุยเท่านั้น แต่จะไม่ได้เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนในการเจรจา เพราะการพูดคุยจะต้องเริ่มจากภายในประเทศ เชื่อว่าการพูดคุยจากนี้ไปจะดีขึ้น เพราะหากไม่ดีขึ้นก็ไม่รู้จะพูดคุยไปทำไม ทั้งนี้ห่ากสถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น ก็จะลดกำลังทหารลง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ : ภาพเลขาธิการโอไอซีพบนายกรัฐมนตรี จากเว็บไซต์รัฐบาลไทย

 

----------------------------------------------------------

 

 

 

ยิงดับ"พ.ต.ท." ยะรังป่วนวันเดียว 2 เหตุ ผบ.ทบ.สั่งขยายพื้นที่ พ.ร.บ.มั่นคง เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 13 มกราคม 2559 เวลา 09:47 น.

เขียนโดยทีมข่าวอิศรา

หมวดหมู่ข่าวทั่วไปศูนย์ข่าวภาคใต้ | เรื่องเด่น - สำนักข่าวอิศรา | เรื่องเด่น-ภาคใต้

ใต้ระอุ ยิงตำรวจระดับ พ.ต.ท.ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สภ.มายอ สิ้นชื่อ ยะรังป่วน เช้าซุ่มยิงสีกากีเจ็บ 2 บ่ายบึ้มทหารพรานสาหัส 1 ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงบุกทลายฐานพักกลุ่มป่วนบนเขาตะเว ยึดปืนเอ็ม 16 ผบ.ทบ.ล่องใต้สั่งพิจารณาขยายพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียดและมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.59 เวลาประมาณ 18.15 น. คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.และขนาด 11 มม. ยิงตำรวจ สภ.มายอ จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดใกล้ตลาดนัดบนถนนสาย 4060 บ้านป่าม่วง บ้านย่อยบ้านปาโอะ หมู่ 4 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

ตำรวจที่ถูกยิง คือ พ.ต.ท.รัฐนันท์ มาแผ้ว สารวัตรปราบปราม (สวป.) สภ.มายอ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/10 หมู่ 1 ต.มายอ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกะพ้อ ส่วนอีกคนหนึ่ง คือ ส.ต.ท.นิคม เพชรแก้ว ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.มายอ อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.พัทลุง ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบสวนจนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ท.นิคม ซึ่งทำหน้าที่พลขับ ได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ตต 7123 กรุงเทพมหานคร ออกปฏิบัติหน้าที่สืบสวนหาข่าว โดยมี พ.ต.ท.รัฐนันท์ นั่งมาด้วยตรงเบาะหน้าคู่คนขับ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งกำลังจัดตลาดนัด ชื่อตลาดนัดป่าม่วง ทำให้มีคนพลุกพล่าน ส.ต.ท.นิคม ต้องชะลอความเร็ว จึงถูกคนร้าย 2 คนซึ่งแฝงตัวอยู่กับประชาชนท่ำลังจับจ่ายซื้อของ ใช้อาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอกยิงใส่หลายนัด ทำให้ พ.ต.ท.รัฐนันท์ เสียชีวิต ส่วน ส.ต.ท.นิคม ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ ส.ต.ท.นิคม ซึ่งยังมีสติ ได้จอดรถและใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้จนคนร้ายหลบหนีไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

อย่างไรก็ดี มีข่าวอีกกระแสหนึ่งว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.รัฐนันท์ เดินทางไปเยี่ยมภรรยาของผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่งใน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ซึ่งสามีถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2556 และภรรยาได้รับความช่วยเหลือให้เป็นลูกจ้างศูนย์เยียวยา

ซุ่มยิงตำรวจ สภ.ยะรัง เจ็บอีก 2

วันจันทร์ที่ 11 ม.ค.59 เวลา 12.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่บริเวณข้างทาง ใช้อาวุธปืนสงครามยิงชุดปฏิบัติการร้อยเวร 30 สังกัด สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ขณะนั่งรถกระบะแบบแคปสีแดง หมายเลขทะเบียน ฒค 6542 กรุงเทพมหานคร กลับจากเรือนจำกลางปัตตานี มุ่งหน้าโรงพักยะรัง โดยใช้เส้นทางถนนสาย 410 (ปัตตานี-ยะลา) จุดเกิดเหตุอยู่ในท้องที่บ้านบือแนกือบง หมู่ 3 ต.ประจัน อ.ยะรัง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย คือ ร.ต.อ.ธีระพล รักชูศรี พนักงานสอบสวน สภ.ยะรัง และ ส.ต.ท.เบญจมินทร์ หัดเหาะ ผบ.หมู่ ป. สภ.ยะรัง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ยะรังป่วนหนัก! บึ้มทหารพรานซ้ำสาหัส

เวลา 16.10 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 2216 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 หลังเสร็จจากการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเดินเท้าเพื่อรักษาความปลอดภัยครู เหตุเกิดบนถนนสายยะรัง-ยาบี ท้องที่บ้านบินยาลิมอ หมู่ 3 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ธวัชชัย คาด้วง อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

สำหรับระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่กล่องพลาสติกสีฟ้า วางดักไว้บริเวณโคนต้นไม้ข้างทาง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ยิงหม้อแปลงไฟฟ้าที่ทุ่งยางแดง

เวลา 20.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิงหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน บ้านบาแฆะ หมู่ 5 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้หม้อแปลงได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่กว่า 10 ปลอก เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่ต้องการก่อกวนสร้างสถานการณ์

ปะทะ-ทลายฐานพักกลุ่มป่วนใต้บนเขาตะเว

ด้านผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ วันอังคารที่ 12 ม.ค.59 พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส สั่งการให้ พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 48 จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ นำโดย ร.อ.ปรีชา รุ่งเมือง ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4804 ขึ้นไปพิสูจน์ทราบบนเทือกเขาตะเว ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านไอร์ปาแย หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงเดินเท้าถึงยอดเขา และถูกกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาที่กำบัง และยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ปรากฏว่ากลุ่มติดอาวุธได้ใช้ความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

ต่อมา พล.ต.เอกรัตน์ พร้อมด้วย พ.อ.สฐิรพงษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำกำลังตามขึ้นไปสมทบ พร้อมตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด พบเพิงพักของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจำนวน 2 หลัง ปลูกสร้างด้วยโครงไม้ มุงหลังคาด้วยผ้ายางกันฝน สร้างห่างกันหลังละประมาณ 2 เมตร ภายในเพิงพักพบชุดลายพราง เสื้อทหาร หมวกทหารพราน เครื่องครัว ที่นอน คัมภีร์ ยารักษาโรค เข็มทิศ เป้สนาม และยังพบอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ถูกซุกไว้ในกระสอบ ห่างจากเพิงพักประมาณ 5 เมตร รวมทั้งเครื่องกระสุนกว่า 100 นัด และอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก คาดว่าสามารถนำมาประกอบระเบิดได้ถึง 20 ลูก

สำหรับอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่พบ เป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หรือค่ายปิเหล็ง เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547

ผบ.ทบ.ล่องใต้ถกหน่วยกำลัง-คุยผู้นำศาสนา

วันจันทร์ที่ 11 ม.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) อ.เมือง จ.ยะลา พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองผอ.รมน.) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบนโยบายการปฎิบัติหน้าที่ให้กับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัย, การสร้างพื้นที่ปลอดภัย, การบูรณาการการใช้กล้องซีซีทีวี และการเดินหน้าทำความเข้าใจในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่ความสันติสุขอย่างยั่งยืน

จากนั้น พล.อ.ธีรชัย ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา เพื่อเข้าพบประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา พร้อมพูดคุยหารือกันอย่างใกล้ชิด

สั่งแยกกลุ่ม "คนกลับบ้าน" – ขยายพื้นที่ พ.ร.บ.มั่นคงฯ

ต่อมา พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ของ ผบ.ทบ.และรองผอ.รมน.ครั้งนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องการทำเส้นทางปลอดภัย 24 ชั่วโมง จำนวน 28 เส้นทาง ซึ่งดำเนินการไปแล้วในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา นับว่าได้ผลในระดับหนึ่ง จึงให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พิจารณาต่อไปว่าจะสามารถเพิ่มเติมชุมชนปลอดภัยในทำนองเดียวกันได้หรือไม่

ส่วนการดำเนินโครงการพาคนกลับบ้าน ให้ดำเนินการเฉพาะผู้ที่มีหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (หมาย ฉฉ ที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548) กับผู้ที่เคยหวาดระแวงเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีหมาย ป.วิอาญา (ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) ให้แยกจัดทำเป็นโครงการเฉพาะในลักษณะของการอำนวยความสะดวกตามกระบวนการยุติธรรมปกติ และให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ประเมินความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่การประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ (พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551) เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่เพียง 5 อำเภอ (4 อำเภอของ จ.สงขลา และ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการกลับตัวกลับใจได้เข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 21 ได้มากขึ้น

เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.59 ชื่นชมไทยจริงใจแก้ปัญหาภาคใต้ แนะใช้วิธีการเจรจาและกลไกทางการเมือง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธรับทุกข้อเสนอของ มารา ปาตานี

นายอิยาด อามีน มาดานี เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 ม.ค.2559 ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน

ภายหลังการหารือ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญของการหารือว่า เลขาธิการโอไอซีได้แสดงความชื่นชมบทบาทของรัฐบาลไทยที่มีความพยายามและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมให้คำแนะนำว่าควรใช้กลไกทางการเมืองและการเจรจา

ในประเด็นนี้ นายกรัฐมนตรี ได้อธิบายว่า รัฐบาลดำเนินการ 2 แนวทางควบคู่กัน ได้แก่ 1.การส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และความปลอดภัย เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ และ 2.ดำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาโรฮิงญา โดยเห็นพ้องกันว่าต้องให้ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

ก่อนหน้าพบปะกับเลขาธิการโอไอซี พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการพูดคุยสันติสุขฯกับกลุ่มมารา ปาตานี และทางกลุ่มมีข้อเสนอมายังรัฐบาล ว่า ยังไม่รับข้อเสนอใดๆ ทุกอย่างมีความละเอียดอ่อน อ่อนไหว จะต้องดูก่อน เพราะถ้าจริงใจในการแก้ปัญหาจนส่งผลให้มีความก้าวหน้า อะไรก็สามารถพูดได้

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงข่าวกลุ่มมารา ปาตานี เข้าไปพบเลขาธิการโอไอซีขณะเยือนมาเลเซีย และขอให้เขามามีบทบาทในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับมารา ปาตานีว่า ตนไม่ได้ยินอย่างนี้ และไม่รู้ว่าใครพูด ทางโอไอซีจะเป็นผู้สนับสนุนการพูดคุยเท่านั้น แต่จะไม่ได้เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนในการเจรจา เพราะการพูดคุยจะต้องเริ่มจากภายในประเทศ เชื่อว่าการพูดคุยจากนี้ไปจะดีขึ้น เพราะหากไม่ดีขึ้นก็ไม่รู้จะพูดคุยไปทำไม ทั้งนี้ห่ากสถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น ก็จะลดกำลังทหารลง

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

อดีตรองผอ.ข่าวกรองฯตำหนิมาเลย์จัดการงานนอกสั่ง เขียนวันที่ วันอังคาร ที่ 12 มกราคม 2559 เวลา 07:20 น.

เขียนโดยทีมข่าวอิศรา

บทบาทของมาเลเซียที่เปิดทางให้กลุ่ม มารา ปาตานี องค์กรตัวแทนของผู้เห็นต่างจากรัฐ 6 กลุ่มที่ร่วมโต๊ะพูดคุยดับไฟใต้กับรัฐบาลไทย เข้าพบเลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทำให้บุคคลที่อยู่ในเครือข่ายงานความมั่นคงออกมาแสดงท่าที

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เขียนข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยระบุตอนหนึ่งว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้แทนของโอไอซีได้เดินทางไปมาเลเซีย และได้ให้ผู้แทนของมารา ปาตานี เข้าพบหารือ โดยการประสานงานจัดการของทางการมาเลเซีย ข้อมูลของการเจรจาเท่าที่ทราบคือ

1.ขอให้ยอมรับการมีอยู่ของขบวนการมารา ปาตานี 2.มารา ปาตานี ขอรับการสนับสนุนเงินงบประมาณจากโอไอซี และ 3.ในทางกลับกัน โอไอซี ขอให้ มารา ปาตานี ไม่สนับสนุนกลุ่มชีอะห์และขบวนการไอเอส

นายนันทิวัฒน์ ระบุอีกว่า ส่วนตัวมีคำถามว่า มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย กำลังดำเนินการที่อาจถือได้ว่าก้าวก่ายกิจการภายในของไทย หากทางการมาเลเซียจะอ้างเหตุผลว่า พยายามช่วยเหลือไทย ก็ยังถือว่าเป็นการดำเนินการที่เกินกว่าสถานะผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) ในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กำลังก้าวล้ำเป็นคนกลาง จัดการงานนอกสั่งที่ไทยไม่ได้ร้องขอ

"มันไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ซ้ำร้ายจะทำให้ทุกฝ่ายหวาดระแวงกันมากกว่า" อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ระบุ

----------------------------------

 

 

More Articles...


  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News