04272017Thu
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

นัดถกเต็มคณะ "มารา ปาตานี" 27 เม.ย. ไทยเปิดตัวทีมพูดคุยชุดผลัดใบ/นายกฯแจงย้าย "พล.ท.นักรบ" และอนาคตของพูดคุยสันติสุข

นายกฯแจงย้าย "พล.ท.นักรบ" และอนาคตของพูดคุยสันติสุข

เขียนวันที่ วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน 2559 เวลา 23:55 น.เขียนโดยทีมข่าวอิศราหมวดหมู่สัมภาษณ์พิเศษ ศูนย์ข่าวภาคใต้ | เวทีทัศน์ | เรื่องเด่น-ภาคใต้

ตลอด 3 สัปดาห์ของเดือน เม.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พูดถึงปัญหาชายแดนใต้แบบเน้นๆ ชัดๆ เพียง 2 ครั้ง

ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 เม.ย. พูดถึงสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ หลังเกิดเหตุปล้นรถชาวบ้าน นำไปซุกระเบิด และจอดกลางเมืองยะลา โดยเป็นการพูดโยงถึงกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯด้วย

ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 21 เม.ย. พูดถึงการปรับ พล.ท.นักรบ บุญบัวทอง ออกจากคณะพูดคุยฯ และโยงถึงอนาคตของกระบวนการพูดคุยให้พอมองเห็นแบบไม่เลือนราง

"ทีมข่าวอิศรา" ขอนำบทสัมภาษณ์ของนายกฯทั้ง 2 ครั้งมานำเสนอแบบละเอียด เพื่อบันทึกไว้สำหรับผู้ที่สนใจปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และกระบวนการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐเพื่อสถาปนาสันติสุข

แจงเหตุย้าย "พล.ท.นักรบ" แค่สลับสับเปลี่ยน ไม่ใช่ทำจนตาย

เริ่มจากการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการปรับ พล.ท.นักรบ บุญบัวทอง อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(รอง ผอ.ศปป.5 กอ.รมน.) ออกจากคณะพูดคุยฯ ซึ่ง พล.ท.นักรบ ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะพูดคุยฯว่า เป็นการสลับสับเปลี่ยนกันบ้างเท่านั้นเอง ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการพูดคุยสันติสุข เพราะใครก็ทำแทนได้ เป็นการปรับเปลี่ยนตามวาระ เนื่องจาก พล.ท.นักรบ อยู่มาหลายปีแล้ว เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาใหม่ที่จะปรับเปลี่ยน ซึ่งต้องพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมมาทดแทน ไม่ใช่ว่าคนนี้จะทำจนตาย

"แล้วทำไมนายกฯ การเมือง ไม่ให้ทำจนตาย ทำไมต้องเลือกตั้งทุก 4 ปี คิดง่ายแบบนี้ก็ไม่ต้องมาถามผม อย่ามาบอกว่ารัฐบาลไม่รู้ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ถามว่าฝ่ายโน้นกับฝ่ายนี้เป็นอย่างไร เรามีความตั้งใจอย่างไร แล้วอีกฝ่ายตั้งใจอย่างไร ก็ไปดูสิ ที่ทำทุกวันนี้เราใช้อาวุธก่อนหรือเปล่า ทำไมไม่ช่วยเราตรงนี้ ไม่เข้าใจ พูดแต่สิ่งที่ทำเสียหาย เกิดผลเสียในการแก้ไขปัญหา ไม่เกิดประโยชน์ การเจรจาพูดคุยแล้วเขารับผิดชอบไหม แล้วที่ยื่นข้อเสนอมาท่านรับได้ไหมล่ะ มันก็ไม่ได้ทั้งคู่"

"รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา พร้อมเข้าสู่กระบวนการพูดคุย แล้วเขาเลิกไหมล่ะ เขาก็กดดันผ่านสื่อ แล้วมากดดันผมและรัฐบาล ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา ท่านรู้ไหมภาคใต้คนเขาอยู่กับอย่างไร สังคมเมือง ชนบทเขาต่างจากกรุงเทพฯไหม สวนยางห่างกันแล้วมันเปลี่ยวไหม จะเอาทหารมายืนทุกเส้นทาง ทุกจุดได้ไหม การแก้ไขปัญหาไม่ใช่คิดเองตอบเอง"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเจรจาสันติสุขต้องทำไปตามแผน ซึ่งจะต้องพูดคุยกันต่อไป โดยรัฐทำหน้าที่ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พัฒนาพื้นที่ต่อไป สร้างการเรียนรู้และการศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ลงพื้นแล้ว

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้เรียนทั้ง 2 หลักสูตร แต่ในพื้นที่กลับต้องการเรียนหลักสูตรเดียว มีการขอเงินอุดหนุนเพื่อสอนศาสนาเพียงอย่างเดียว ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะการเรียนต่อในหลักสูตรของรัฐนั้นเรียนฟรีอยู่แล้ว แต่การแก้ปัญหาวันนี้ต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อองค์กรระหว่างประเทศ และโอไอซี หรือองค์การความร่วมมืออิสลามด้วย

ซัดคนบนโต๊ะพูดคุยก่อเหตุรุนแรงหวังกดดัน

ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ถึงสถานการ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนใต้ว่า เป็นเพราะพวกเขา (กลุ่มผู้เห็นต่างบางส่วน) เร่งรัดกระบวนการพูดคุย แต่หลายเรื่องเราได้บอกไปแล้วว่าอย่าเพิ่งไปพูดถึงตรงนั้น เพราะยังไม่ได้ยอมรับกระบวนการใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากผู้ที่พูดคุยนั้นยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดหรือไม่

ที่ผ่านมามีการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด ทั้งแบบเปิดและแบบปิด แต่บางเรื่องรัฐบาลไม่สามารถให้ในความต้องการของพวกเขาได้ วันนี้หากยังไม่มีความชัดเจน ก็จะเป็นการพูดคุยเพียงคณะย่อยเท่านั้น จนกว่าจะมีความเห็นที่ตรงกัน จึงจะมีการพูดคุยคณะใหญ่ ซึ่งการพูดคุยเป็นไปไม่ได้ที่จะจบเรื่องได้ในทันที

"วันนี้เรามีคณะทำงานย่อย เช่น กฎหมาย สิทธิมนุษยชน เมื่อทุกส่วนเห็นพร้อมก็ต้องมีการพูดคุยคณะใหญ่ การเจรจาในหลายประเทศใช้เวลาหลายสิบปี บางประเทศในอาเซียนเหตุการณ์ก็ยังคงมีอยู่ แม้จะยุติการสู้รบไปแล้ว แต่ยังมีการใช้อาวุธอยู่ และบางอย่างของพวกเขานั้นแรงเกินไป"

"รัฐบาลพร้อมทุกอย่าง ทั้งการใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การเยียวยา การพัฒนา การศึกษา ใช้งบประมาณลงไปในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่ถามว่าจะให้เหตุระเบิดยุติเมื่อไหร่ มันไม่ได้อยู่ที่ผม เพราะไม่ใช่คนเริ่ม เหตุไม่ได้มาจากรัฐบาล ทหาร หรือตำรวจ แต่มาจากผู้ที่เจรจากับเรา"

"แล้วทำไมเราจะต้องเป็นเครื่องมือให้เขา ยิ่งประชาสัมพันธ์ให้เขามาก เขาก็ยิ่งชอบ ระเบิดบ่อยๆ ประโคมข่าว 5 วัน 10 วัน จะเป็นการกดดันรัฐบาลให้ต้องตกลง ยอมรับกับเขาให้ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ แต่ผมยืนยันว่าไม่สามารถที่จะกดดันผมได้ ถ้ากดดัน ผมจะใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่จะดูแลประชาชน เอาคนผิดมาลงโทษ ดังนั้นจะทำอะไรต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสีย เรื่องคนตายผมไม่ได้จะมาปิดบัง ตายไป 1 คนใช่ว่าจะมีความสุข แต่เรากำลังแก้ทุกอย่าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย" นายกฯ กล่าว

--------------------------------------------------------

นัดถกเต็มคณะ "มารา ปาตานี" 27 เม.ย. ไทยเปิดตัวทีมพูดคุยชุดผลัดใบ

เขียนวันที่ วันศุกร์ ที่ 22 เมษายน 2559 เวลา 08:33 น.เขียนโดยทีมข่าวอิศราหมวดหมู่สารคดี | เรื่องเด่น - สำนักข่าวอิศรา | เรื่องเด่น-ภาคใต้Tagsคณะพูดคุยสันติสุข | นักรบ บุญบัวทอง | มารา ปาตานี

กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเดินหน้าต่อไป แม้จะมีการปรับ พล.ท.นักรบ บุญบัวทอง เลขานุการและหนึ่งในตัวจักรสำคัญออกจากคณะพูดคุยฯไปก็ตาม

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม หนึ่งในกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ Steering Committee ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เปิดเผยกับ "ทีมข่าวอิศรา" ว่า คณะพูดคุยฯชุดใหญ่ได้นัดพบปะแบบเต็มคณะกับกลุ่มมารา ปาตานี ในวันพุธที่ 27 เม.ย.59 นี้ โดยเป็นการพบปะพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งที่ 4 และการพูดคุยน่าจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคอีก

โดยการประชุมจะจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยเหมือนเดิม

ที่ผ่านมากระบวนการพูดคุยแบบเต็มคณะหยุดชะงักอยู่แค่ 3 ครั้ง ตั้งแต่เมื่อกลางเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว จากนั้นมีความพยายามนัดหมายกัน แต่ติดปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ทำให้การพูดคุยต้องเลื่อนออกมาเรื่อยๆ

การนัดหมายเพื่อพูดคุยสันติสุขฯแบบเต็มคณะ สอดคล้องกับที่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า มีการนัดหมายพูดคุยครั้งต่อไปในช่วงปลายเดือน เม.ย.

"เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นการดำเนินการของกลุ่มเดิมๆ ในพื้นที่ หลังจากนี้จะมีการนำไปหารือกับกลุ่มผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ บนโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะมีการนัดหมายพูดคุยกันครั้งต่อไปในช่วงปลายเดือน เม.ย.หรือต้นเดือน พ.ค." พล.อ.ทวีป ให้สัมภาษณ์หลังถูกผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดถี่ขึ้น โดยเฉพาะเหตุมอเตอร์ไซค์บอมบ์ที่ อ.เทพา จ.สงขลา

การพูดคุยฯแบบเต็มคณะรอบใหม่นี้ จะเป็นการทำงานของคณะพูดคุยชุดใหม่ ภายใต้การนำของ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยฯคนเดิม โดยได้มีการเปลี่ยนตัว พล.ท.นักรบ บุญบัวทอง เลขานุการคณะพูดคุยฯออกไป แล้วตั้ง พ.อ.สิทธิ์ ตระกูลวงศ์ เข้ามาทำหน้าที่แทน แต่มีรายงานจากฝ่ายความมั่นคงว่า บทบาทของ พ.อ.สิทธิ์ น่าจะจำกัดเฉพาะงานธุรการของคณะพูดคุยฯเท่านั้น ไม่น่าจะมีบทบาทสูงเหมือนเมื่อครั้งที่ พล.ท.นักรบ ยังอยู่ในคณะพูดคุยฯ

นอกจากนั้น ตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรมยังเปลี่ยนจาก นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ เป็นรองปลัดกระทรวงคนอื่น หลังจากที่นายชาญเชาวน์รับตำแหน่งปลัดกระทรวง และขยับขึ้นเป็นเป็นกรรมการอำนวยการแทน ขณะที่ พล.ต.บรรพต พูลเพียร ซึ่งเคยอยู่ในทีมเลขานุการ และรับหน้าที่เป็นรองโฆษกของคณะพูดคุยฯ เพื่อสื่อสารกับสื่อมวลชนและสังคมนั้น ปัจจุบันได้ย้ายไปทำงานที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป.ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คณะพูดคุยฯที่ปรับเปลี่ยนคณะทำงานใหม่บางส่วน เพิ่งหารือนอกรอบกันไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี พล.อ.อักษรา ทำหน้าที่ประธานการประชุม

ประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือบนโต๊ะพูดคุยเต็มคณะวันที่ 27 เม.ย.นี้ ยังคงเป็นประเด็นเดิมที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลไทยและมารา ปาตานี ยังตกลงกันไม่ได้ นั่นก็คือข้อเสนอการให้ความคุ้มครองทางกฎหมายกับคณะพูดคุยฝ่ายมารา ปาตานี หากต้องเดินทางเข้าประเทศไทยในภารกิจพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลไทยเรียกร้องให้ มารา ปาตานี กำหนดพื้นที่หยุดยิงร่วมกัน อย่างน้อยก็ในระดับหมู่บ้านหรือตำบล

นอกจากนั้นยังมีเรื่องร่างข้อตกลงในการพูดคุยฯ หรือ ทีโออาร์ (Terms of Reference) ที่คณะทำงานเทคนิคร่วมฯอ้างว่าได้ข้อยุติแล้ว แต่รัฐบาลไทยไม่เห็นด้วยในบางประเด็น และอาจหยิบยกขึ้นมาหารือบนโต๊ะพูดคุยฯครั้งนี้

อย่างไรก็ดี อนาคตของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ก็ยังคงลูกผีลูกคน แม้กระทั่งการนัดพบปะแบบเต็มคณะในวันที่ 27 เม.ย.นี้ ก็ยังมีข่าวความไม่แน่นอน เนื่องจากท่าทีของนายกรัฐมนตรีดูจะยังไม่พอใจผลการพูดคุยที่ผ่านมา โดยเฉพาะการพูดคุยนอกรอบของคณะทำงานเทคนิคร่วมฯ ซึ่งเดิมมี พล.ท.นักรบ เป็นประธานฝ่ายไทย

หลายฝ่ายประเมินว่า ท่าทีของนายกฯที่แสดงออกตรงๆ หลายครั้ง บวกกับบทบาทของ พล.ท.นักรบ ที่เคลื่อนไหวหลายด้านเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยฯ เนื่องจากทำงานด้านนี้มานาน และมีเครือข่ายทั้งฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐและภาคประชาชนทั้งในพื้่นที่และในประเทศเพื่อนบ้าน อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาถูกปรับพ้นคณะพูดคุยฯ เพราะอาจถูกมองว่าทำงาน "ออฟไซด์"

 

  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News