11182017Sat
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

ผ่าชิ้นส่วน "จรวดแสวงเครื่อง"

ฮือฮาไม่น้อยเมื่อมีการตรวจพบและเก็บกู้วัตถุระเบิดชนิดใหม่ที่ชายแดนใต้ รูปลักษณ์คล้าย "จรวด" ซึ่งภายหลังมีการระบุกันว่าเป็น "จรวดแสวงเครื่อง" ที่น่าจะอยู่ในช่วงของการทดลองประกอบ และทดลองใช้งาน

เท่ากับว่าท่ามกลางความพยายามรังสรรค์สันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ผ่านกระบวนการพูดคุยกับผู้เห็นต่างจากรัฐ กลุ่มที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนโดยใช้อาวุธและความรุนแรง ยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพอยู่อย่างต่อเนื่อง

ความสงบชั่วคราวและสถิติความรุนแรงที่ลดลงตามการบอกเล่าของฝ่ายรัฐ อาจเป็นเพียงห้วงระยะเวลาสั้นๆ เพราะขณะนี้ก็เริ่มมีข่าวสารแล้วว่าผู้ก่อความไม่สงบเตรียมก่อเหตุรุนแรงครั้งใหญ่ เพื่อยืนยันว่าไม่เอาด้วยกับการเจรจาพูดคุย

และการพัฒนา "จรวด" แม้จะเป็น "จรวดแสวงเครื่อง" ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาไม่น้อย

หากพิจารณาบันทึกรายงานของหน่วยทำลายวัตถุระเบิด หรืออีโอดี จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้สรุปข้อมูลอย่างเป็นทางการของ "จรวดแสวงเครื่อง" วัตถุระเบิดรูปแบบใหม่ที่พบเป็นครั้งแรกบริเวณคูน้ำกลางถนน ในพื้นที่ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และเก็บกู้เอาไว้ได้เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา จะพบว่ามีหลายเรื่องในรายละเอียดที่น่ากังวลไม่น้อยทีเดียว

รายงานระบุว่า ข้อมูลจากการผ่าพิสูจน์ "จรวดแสวงเครื่อง" พบองค์ประกอบคือ
1.ภาชนะบรรจุ เป็นท่อเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร ยาว 120 เซนติเมตร
2.ระบบจุดระเบิด จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ยี่ห้อ BAOFENG
3.แหล่งจ่ายพลังงาน ยังตรวจหาไม่พบ
4.ดินระเบิดที่ใช้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นคาดว่าเป็นดินดำ
5.สะเก็ดสังหาร คือลูกเหล็กทรงกลม หรือ บอล แบร์ริ่ง

สำหรับหลักการทำงานของจรวดแสวงเครื่อง แบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรก เป็นส่วนขับเคลื่อนหัวจรวด ซึ่งอยู่ในส่วนท้ายของจรวดแสวงเครื่อง ทำงานโดยจุดระเบิดผ่านคลื่นวิทยุเข้าไปจุดหัวไม้ขีดไฟฟ้า หรือ Electric Squib ให้เกิดการลุกไหม้ของดินดำที่เป็นดินระเบิดแรงต่ำ จนลามไปติดดินระเบิดที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้หัวจรวดพุ่งออกไป

ส่วนที่สอง เป็นส่วนของหัวระเบิดของจรวด พบตรงส่วนหัวระเบิดมีหลักการทำงานแบบกระทบแตก หรือ impact ที่บริเวณปลายหัวจรวดมีปะทุชนวนเป็นตัวจุดหัวระเบิด เมื่อหัวจรวดไปตก จะทำการจุดชนวนทำให้ดินระเบิดที่ผสมด้วยลูกเหล็กทรงกลมถูกแรงอัดกระจายตัวไปทำลายเป้าหมาย

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นเชื่อว่า การพัฒนาจรวดแสวงเครื่อง น่าจะเป็นแนวทางที่ผู้ก่อเหตุรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังเพิ่มศักยภาพการโจมตีเป้าหมายจากระยะไกล มุ่งไปยังที่ตั้งหน่วยทหาร ตำรวจ โดยใช้จรวดแสวงเครื่องแทนการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องโจมตียานพาหนะของเจ้าหน้าที่

จากรูปแบบของจรวดแสวงเครื่องที่ตรวจพบนี้ เมื่อเทียบเคียงกับ "จรวดแสวงเครื่อง" ที่มีการใช้ในกลุ่มก่อการร้ายในต่างประเทศ พบว่ามีความคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะจรวดแสวงเครื่องที่มีใช้ในตะวันออกกลาง หรือที่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ใช้โจมตีเป้าหมายจากระยะไกล

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดจากหน่วยงานความมั่นคงไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จรวดแสวงเครื่อง มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า improvised rocket motors วัตถุประสงค์ของกลุ่มคนร้ายที่ประกอบจรวดแสวงเครื่อง ชัดเจนว่าต้องการใช้เป็นอาวุธในการโจมตีเป้าหมายจากระยะไกล ทั้งนี้ หากการทดลองและพัฒนาจรวดแสวงเครื่องของกลุ่มคนร้ายสมบูรณ์มากขึ้น เป้าหมายในการก่อเหตุต่อไปน่าจะมุ่งไปยังที่ตั้งหน่วยกำลัง และฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ มากกว่าที่จะใช้มุ่งโจมตียานพาหนะเหมือนกับระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังตามท้องถนนแบบที่ผ่านๆ มา

เขายังตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ จรวดแสวงเครื่องนี้มีความเหมือนกันมากเมื่อเทียบกับรูปแบบจรวดแสวงเครื่อง หรือ จรวดประกอบเอง ของกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ทั้งรูปลักษณ์ และโครงสร้างของหัวจรวดแสวงเครื่อง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มคนร้ายในสามจังหวัดได้เรียนรู้ข้อมูลจากกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางหรือกลุ่มไอเอส แต่จะเป็นการเรียนรู้ผ่านการฝึกแล้วถ่ายทอดโดยตรง หรือเรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย คงต้องสืบสวนตรวจสอบกันต่อไป

"ในความคิดเห็นส่วนตัว ถ้ามองในมุมของกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางหรือกลุ่มไอเอสแล้ว การเข้ามาชักจูงให้ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งเป็นมุสลิมที่มีความขัดแย้งและต่อสู้กับรัฐอยู่แล้ว ไปฝึกการใช้อาวุธและให้การสนับสนุนด้านต่างๆ เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ถือสองสัญชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เหมาะต่อการนำไปฝึกและส่งกลับมาก่อเหตุในประเทศได้ เนื่องจากกลุ่มนี้เคลื่อนไหวเข้าออกประเทศได้อย่างง่ายดาย" ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุ

ดูเหมือนสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่ได้ดีขั้นตามที่บางคนคิด!

isranews

  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News