09232017Sat
Last updateTue, 22 Nov 2016 12pm

นักการเมืองชายแดนใต้หนุนการเจรจาสันติภาพ

นักการเมืองชายแดนใต้ รวมตัวหาทางออกปัญหาชายแดนใต้ สนับสนุนการเจรจาสันติภาพแก้ไขปัญหา
นายโคทม อารียา อาจารย์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้อำนวยการ สานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 19 โดยมีนักการเมือง อดีตส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่น ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 25 คน เข้าร่วมประชุมเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เพื่อลดความรุนแรงและส่งเสริมให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ประชุมได้พิจารณาสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเดือนรอมฎอน พบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2555, 2556 และ 2557 คือ เหตุการณ์ความรุนแรง 66, 69, และ 77 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 32, 23, และ 33 คน มีผู้บาดเจ็บ 86, 82, และ 127 คน แสดงว่าในปี 2556 ที่มีการพูดคุยสันติภาพและตกลงกันที่จะลดความรุนแรงนั้น ได้มีผลเป็นการลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้บ้าง ส่วนในปี 2557 จำนวนผู้เสียชีวิตได้มีประมาณเท่ากับปี 2555 อีกทั้งมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่สะเทือนขวัญ เช่น การระเบิดรถยนต์ ที่ อ.เบตง การที่ยิงนักศึกษาพยาบาลเสียชีวิต 2 คนที่ อ. ยะหา และการระเบิดโรงพยาบาลที่ อ. โคกโพธิ์

ที่ประชุมมีข้อเสนอที่ขอให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาในทางปฏิบัติเพื่อลดความตึงเครียดที่ดำรงอยู่ดังนี้ ขอให้ทบทวนการจัดกิจกรรมบันเทิง เช่นคอนเสิร์ต ในช่วงเดือนรอมฎอน และขอให้ลดจำนวนจุดตรวจและการกวดขันในการตรวจ โดยทำเท่าที่จำเป็นและอย่างมีประสิทธิผล นอกจากนั้นขอให้ไม่ปิดกั้นการแสดงความเห็นของคนในพื้นที่ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการลดความรุนแรง

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอในเชิงนโยบายดังนี้ ตามคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ 96/2557 ที่แบ่งการดำเนินงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น 3 ระดับ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ (คปต.) เป็นระดับกลางนั้น คณะกรรมการดังกล่าวมิได้สะท้อนบทบาทที่สูงและสำคัญของ สมช. ในฐานะองค์กรนโยบาย อีกทั้งไม่ได้สะท้อนบทบาทที่ควรอยู่ในระดับเดียวกันของ กอ.รมน. ภาค 4 กับ ศอ.บต. และเห็นด้วยกับข้อเสนอของพลเอกอุดมเดช สีตบุตร ในฐานะประธาน (คปต.) ที่จะให้เรื่องความสงบสุขของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนั้น ศอ.บต. กับ กอ.รมน. ภาค 4 ควรเป็นตามกฎหมายและอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน

ในเรื่องของการพูดคุยและเจรจาสันติภาพนั้น ที่ประชุมขอให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ ขอสนับสุนนการเอาจริงเอาจังของการพูดคุย เจรจาที่เป็นทางการ (track 1) และเห็นด้วยกับการตั้งคณะทำงาน 4 ฝ่ายคือ ฝ่ายพูดคุยฯ ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการเมือง และฝ่ายสร้างความเชื่อมั่นการยุติความรุนแรง

อย่างไรก็ดี ฝ่ายรัฐไม่ควรตั้งเงื่อนไขล่วงหน้า เช่น ไม่ให้มีการพูดคุยเรื่องเขตปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของคนในท้องถิ่น หรือมีความขัดข้องที่จะใช้คำว่าสันติภาพ นอกจากนี้ควรให้สำคัญแก่กระบวนการกึ่งทางการ (track 1.5) เช่น การดำเนินการของสถาบันพระปกเกล้า และขอเสนออีกครั้งให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษาและพัฒนากระบวนการสันติภาพ ภาคประชาสังคมต้องมีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการสันติภาพ เพื่อการนี้ ภาคประชาสังคมควรตั้งคณะทำงาน 4 ฝ่าย ในทำนองเดียวกับ คปต. เพื่อให้ทำงานคู่ขนานกัน อีกทั้งต้องปรับปรุงตนเองให้มีคุณภาพทางวิชาการและมีเอกภาพทางความคิดมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อสร้างการยอมรับทั้งจากฝ่ายรัฐและฝ่ายผู้เห็นต่าง และเพื่อแสดงความเอาจริงเอาจัง การมีความรู้และความสามารถ จนเป็นประโยชน์ในการสร้างความเห็นพ้องในเบื้องต้นได้จริง

  • Hot News

  • Top News

  • Latest News

  • English : Latest News

  • Melayu : Latest News